รอคนที่สู้ชีวิตให้อยู่ต่อไป





มื่อเราทั้งหลายหวนรำรึกถึงเหตุการณ์ได้ที่ผ่านมา ท่านได้รักเเละเรียกร้องยัดยืน สิทธิเสรีภาพเเละความเป็นธรรมเพื่อปวงชน




ร้อยป่าสยามนิมิต ร้อยป่าสยามนิมิต

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562

นายพรชัยศรีไชโยครับพ่อเสียชีวิตเมื่อวันเด็กแห่งชาติปี 2555พวกมันมั่วสุมจับนามสกุลหลานผมครับต้นสีดาหรือต้นฝรั่งทุกคืนที่ผ่านไปก็มั่วสุมว่าข่มขืนแล้วในที่สุดเด็กที่ตายตอนวันเด็กก็คือหลานผมนั่นแหละครับ หลานผมป3ตายแล้ว ผมทำให้หลานผมต้องเดือดร้อน แค่อย่ารบกวนยามวิกาลผมจึงไปปฏิเสธว่าไม่ได้มีการข่มขืนอยู่ในบ้านไม่นานตำรวจก็ยกพวกมารังแกสร้างภาพว่าถูกตีอยู่ในบ้าน ผมไปร้องเรียนแล้วเขาก็จับผมในวันสงกรานต์แทนไปหาหมอ ต่อมาญาตินายอำเภอที่ออกทะเบียนบ้านก็เลยถูกฆ่าข่มขืนไปด้วยครับออกข่าวช่อง 3 กรมการอำเภอมีอุบาย


เรียนเพื่อนๆพี่น้องและสื่อมวลชน
ผมไม่คิดว่าเวลาหลายปีที่ผ่านมาคนในหมู่บ้านจะมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่กระทบทำร้ายกันได้คนไทยไม่ควรทำร้ายกันเองครับ
เราเป็นคนไทยด้วยกันนะครับ เรามีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกันนะครับ เรามีสถาบันทางสังคมเดียวกันนะครับคือชาติและศาสนาเราคือเพื่อนร่วมชาติร่วมศาสนาเดียวกันนะครับ

ความที่มีมาเดิมนั้น ก็เป็นความสับสนวุ่นวายเนื่องจากเหตุการณ์การเมืองการเลือกตั้งเมื่อครั้นศาลากลางเมืองขอนแก่นศูนย์ข่าวช่อง 3 ขอนแก่นตำรวจเมืองขอนแก่น แล้วก็หุ้นอสมทแล้วคุณพุ่มเจนเซ่น แม่ผมยังหาเลี้ยงผมอยู่นะครับแม่ผมยังทำงานอยู่ในวัย 60 แล้วส่วนผมก็ไปเยี่ยมญาติเขียนหนังสืออ่านแล้วก็ขอความช่วยเหลือจากถ้าจะจัดการจากรัฐบาล


คือความเดิมนั้นผมใช้เวลา12 ปีในการเอาชนะคดีคดีนั้นจบที่รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์สุขภาพจิตขอนแก่นส่งหนังสือยอมความว่ายินยอมปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองจังหวัดขอนแก่นเมื่อปี 2555ว่าผมไม่ได้เป็นบ้า​ ไม่ได้เป็นคนวิกลจริตแต่ถูกทุจริตวางยาแล้วก็ถูกทำร้ายไปหาหมอ


ปี47–50ไม่นานนักผมไม่ได้ใช้สิทธิ์แจ้งความผ่านตำรวจเมืองขอนแก่นไม่ได้ใช้สิทธิ์แจ้งความผ่านสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ว่ากรณีใดๆ

จากปี 2547 จนกระทั่งเหตุการณ์ประท้วงชุมนุมเผาสถานที่ราชการเช่น​ ทำเนียบรัฐบาล สลากกินแบ่งรัฐบาล​ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น สำนักงานกรมประชาสัมพันธ์ข้างทำเนียบรัฐบาล
เหตุการณ์เหล่านั้นผ่านไปถึงได้ใช้สิทธิ์
ร้องเรียน


เราถูกคนหลอกใช้ราชการแล้วทุจริตลับหลังครับ

ช่วงปี53—55 ผมส่งหนังสือร้องเรียน​ แล้วคุณหมอก็บอกอนาคตของผลราชการต่อเนื่องถึง2 ปีผลก็คือ​ สำนักงานป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ มีความเห็นลงโทษวินัยไม่ร้ายแรงข้าราชการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่น
ผมร้องเรียนผ่านหนังสือร้องเรียนพร้อมกับเหตุการณ์การตรวจสอบคุณหมอร่วมกันทุจริตนำยาที่จะซื้อจะแจ้งมาไปซุกซ่อนไว้ใต้ต้นโคนมะม่วง ฟ้องคดีหนึ่งคนจาก 15คน
เมื่อปี 2552ผมก็เอาชนะคดีในศาลปกครองสูงสุดผมใช้เวลาทั้งหมด8 ปีในการฟ้องคดี

พวกชาวบ้านหนองมันปลาทำให้ชีวิตผมสับสนวุ่นวายทุกวันทุกคืนทำให้ภาพพจน์ญาติพี่น้องของผมด่างพร้อยในเมืองขอนแก่นทั้งด้านการศึกษาและการออกสังคมพบปะกับเพื่อนๆ

ในปี 2555ผมฟ้องคดีไปทั้งสิ้น 3 ข้อ
ข้อที่ 1 ในการคัดกรองผู้ป่วยนั้นเป็นจรรยาบรรณและความประพฤติของเราเองเราไม่ควรทำร้ายผู้อื่นเราไม่ควรทำร้ายตนเองหรือแต่ไม่ทรัพย์สมบัติเสียหาย
ผลคดีนั้นเนื่องจากการคัดกรองผู้ป่วยไม่ได้รับความเป็นธรรมอีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องการเมืองการปกครองทำให้การร้องเรียนขาดอายุความ
ก็ไปจบลงที่ปู่ของหมอที่เป็นสตงถูกจับข้อหาทุจริตกองกฐินหลวงที่กรุงเทพฯพร้อมกับหนังสือสัพพะเอกสารต่างๆที่ได้ร้องเรียนไปกินเวลาทั้งสิ้น 2 ปี
"เสียเวลาดีกว่าเสียอนาคตติดยาเสพติด"
ข้อ2 ฯลฯ
ข้อ3ฯลฯ
ด้วยอำนาจบารมีศาลทำให้เรายังพอพูดกับญาติพี่น้องได้ว่าเราไม่ใช่คนชั่วแก้ความบกพร่องเหมือนลูกนักโทษในหมู่บ้านหนองมันปลา


สรุปรูปคดีเเบบเดิมกัน​ ร่วมกันรับผิดคดีกรรมการการจ้างใน​ รพ.


แม้ไม่ได้ร่วมทุจริต : แต่ต้องรับผิดเพราะชำนาญการพิเศษ  ประเด็นชวนคิด  มีกรณีที่น่าสนใจว่า... 

ถ้าเกิดการทุจริตขึ้นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการ เช่น กรรมการตรวจการจ้างที่ลงนามตรวจรับงานทั้งที่ไม่ได้มีการจัดจ้างจริง โดยมีการจัดท ำฎีกาและหลักฐานการเบิกจ่ายเป็นเท็จ กรรมการที่ตรวจรับงานดังกล่าวไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการทุจริต  แต่ได้ลงนามตรวจรับเพราะเห็นว่าประธานกรรมการตรวจการจ้างได้ลงชื่อก่อนแล้วจึงเกิดความเกรงใจ และ ไม่อยากขัดใจเจ้าหน้าที่การเงินที่นำเอกสารมาให้ลงนามเพราะต้องปฏิบัติงานร่วมกันอีก    เหตุผลทำนองนี้จะรับฟังได้หรือไม่ ???  แน่นอนว่า... การได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจการจ้างหรือเป็นผู้ตรวจรับงานนั้น ย่อมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่อย่างไรก็ได้ เพราะต้องด ำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น ราชการส่วนท้องถิ่นก็ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 

กล่าวคือ ระเบียบดังกล่าวได้กำหนดให้กรรมการตรวจการจ้างหรือกรรมการตรวจรับพัสดุ ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบหรือตรวจรับงานจริง การลงนามตรวจรับโดยไม่ได้มีการตรวจสอบจริง  ย่อมเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว ผู้เขียนจึงมีประเด็นชวนคิดว่า... เมื่อกรรมการตรวจรับงานจ้างโดยไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบฯ  คือไม่ได้ตรวจสอบงานจริง แต่ก็มิได้เป็นผู้ร่วมกระทำการทุจริต จะต้องมีส่วนรับผิดหรือไม่ ? เพียงใด ? มาดูข้อเท็จจริงของคดีกันเลยดีกว่าค่ะ... เรื่องนี้...

เริ่มจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบพบการทุจริตเบิกจ่ายเงินค่าบ ารุงซ่อมแซมทรัพย์สินของงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง ได้แก่ ค่าซ่อมรถดับเพลิง  ค่าซ่อมรถบรรทุกน้ำและค่าซ่อมเครื่องสูบน้ า โดยมีการสั่งจ่ายเป็นเช็คหลายฉบับ เป็นจำนวนเงินกว่าหนึ่งล้านบาท

คำวินิจฉัยชวนรู้  จาก “ประเด็นชวนคิด” ข้างต้น ต้องมาพิจารณาก่อนว่าผู้ฟ้องคดีได้กระท ำละเมิดต่อเทศบาลหรือไม่ ? ถ้าใช่ ควรต้องรับผิดเพียงใด ? 

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า มาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้บัญญัติองค์ประกอบของการกระทำละเมิดว่า “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ท าต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”  ผู้ฟ้องคดีดำรงตำแหน่งนายช่างโยธาปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการตรวจการจ้าง ได้ลงนามตรวจรับมอบงานว่าเห็นควรจ่ายเงินค่าซ่อมทรัพย์สินของงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ทั้งที่ยังไม่เคยได้ตรวจดูงานจริง  ซึ่งย่อมสังเกตเห็นได้ถึงความผิดปกติในการตรวจรับมอบงานซ่อมแซมดังกล่าว แต่กลับปล่อยปละละเลยยินยอมตรวจรับงาน ซึ่งหากผู้ฟ้องคดีปฏิบัติตามระเบียบฯ โดยตรวจสอบงานจริงก่อนลงนาม ย่อมจะช่วยป้องกันมิให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ จึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เป็นเหตุให้เทศบาลได้รับความเสียหาย ถือเป็นการกระท าละเมิดตามมาตรา 420 ดังกล่าว  เมื่อศาลวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการกระท าละเมิด โดยกรณีนี้เป็นการกระท าละเมิดจากการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 โดยมาตรา 10 ประกอบมาตรา 8 ก าหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายเฉพาะกระท าโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น เมื่อผู้ฟ้องคดีกระท าละเมิดโดยจงใจจึงต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่เทศบาล ถึงตรงนี้... มาดูสัดส่วนหรือจ านวนเงินที่ผู้ฟ้องคดีต้องรับผิดตามค าสั่งของเทศบาลกันต่อเลยดีกว่าค่ะว่า... ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ? ศาลได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วเห็นว่า ได้มีการรวมค่าเสียหายจากฎีกาอื่นที่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้มีส่วนร่วม ในการเป็นกรรมการตรวจรับงานจ้างรวมในความเสียหายกรณีนี้ด้วย อันเป็นการก าหนดความรับผิด ที่คลาดเคลื่อนและไม่เป็นธรรม จึงต้องค านวณค่าเสียหายในส่วนนี้ใหม่ให้ถูกต้อง ส าหรับจ านวนสัดส่วนความรับผิดคือร้อยละ 15 ของความเสียหายนั้นเหมาะสมแล้ว  ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้เพิกถอนค าสั่งในส่วนที่ค านวณค่าเสียหายคลาดเคลื่อน และมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางการด าเนินการให้เป็นไปตามค าพิพากษาว่า หากเทศบาลได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ผู้ทุจริตแล้วเพียงใด ให้คืนเงินส่วนที่ช าระไว้เกินความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีตามสัดส่วนความรับผิดที่ช าระไว้ต่อไป (ค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 1291/2560)   บทสรุปชวนอ่าน กรณีนี้... ผู้ฟ้องคดีต้องรับผิดจากการกระท าละเมิดอันเกิดจากการจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการก ำหนดความรับผิดคนละส่วนกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้กระท าการทุจริต อย่างไรก็ตาม... หากสามารถเรียกเงินคืนจากเจ้าหน้าที่ผู้ทุจริตได้แล้ว ต้องคืนส่วนที่ช ำระไว้เกินความเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามสัดส่วนความรับผิดที่ชำระไว้ จึงไม่เป็นการกำหนดความรับผิดเกินจำนวนความเสียหาย ประการสำคัญ ในการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณหลวงต้องดำเนินการและปฏิบัติตามระเบียบให้ถูกต้อง จะอ้างความเกรงใจหรือไม่อยากมีปัญหาในการทำงานแล้วละเลยไม่ดำเนินการตามระเบียบ ไม่ได้ !! นะคะ  (ปรึกษาคดีปกครองได้ที่ สายด่วนศาลปกครอง 1355) 

นักการเมืองบ้านนอกจะให้รับกรรมขอขมาเเทนตำรวจกับศูนย์ข่าวช่อง3ที่ยกเลิกสัญญาโรงเเรมขอนแก่น

คำกล่าวเกี่ยวกับคุณพุ่ม​ เจนเซ่น​ พระโอราสในทูลกระหม่อมอุบลรัตน์ราชกัลยาศิริโสภาวัณวดี
คำกล่าวของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในรายการนายกทักษิณคุยกับประชาชนทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเวลา 18 นาฬิกาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2548
สวัสดีปีใหม่พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักเมื่อคืนท่านคงรับฟังกระแสพระราชดำรัสเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปแล้วสิ่งที่พวกเราเข้าใจกันก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลื้มพระทัยที่คนไทยรักใคร่สามัคคีกันช่วยกันในยามตกทุกข์ได้ยากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้เป็นสิ่งที่แสดงความสามารถสมานสามัคคีอย่างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลื้มพระทัยในสิ่งที่เราทำกัน...
  ผมขอเล่าเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 2 มกราคม 2548 เราเรียกว่าเป็นภัยพิบัติตามธรรมชาติครั้งร้ายแรงของประเทศซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตบาดเจ็บเป็นประวัติการณ์ อันเป็นเหตุการณ์เกิดมาจากแผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซียแผ่นดินไหววัดได้เกิน 6.5 ริกเตอร์ถือว่าหนักแต่ถ้าเกิน8ริกเตอร์โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ในเกาะหรือในทะเลจะเกิด"คลื่นสึนามิ "
  แต่ว่านี่มัน 9 ริกเตอร์ เกิดที่จุดอื่นๆ 7ริกเตอรฺ์ เลยทำให้เกิดคลื่นยักษ์เป็นแนวยาวๆไปก็ทบถึงเกาะมาดากัสการ์ และอินเดีย มัลดีฟ ศรีลังกา บังกลาเทศ พม่า ไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิตขณะนี้เป็นแสนแล้ว
   
    ประเทศเราก็ปาก็ไป 4000 กว่าเป็นความสูญเสียมากเพราะเราไปกระทบที่จังหวัดระนอง ภูเก็ต กระบี่ ทั้งหมดพังงาหนักที่สุด ลองลงมากระบี่ ที่เกาะพีพี ภูเก็ตที่สันป่าตองเยอะหน่อย ที่ระนองมีหมู่บ้านชาวประมง
( อาฟเตอร์ช็อกครั้งที่ 5 รัฐมนตรีจตุรงค์ฉายแสงไปมอบเงินให้กับครอบครัวของเด็กหญิง สุกัญญา ขุนภักดี ที่สูญเสียบิดามารดาและน้องชายด้วย : ผู้เขียนติดตามข่าวจากโทรทัศน์)

  เหตุการณ์ครั้งนี้คุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสทูลกระหม่อมหญิง 
  ประสบเหตุถึงแก่อนิจกรรม เป็นสิ่งที่สลดใจ เศร้าใจทั้งประเทศ เพราะถือว่าเป็นหลานพระเจ้าอยู่หัว
( สงสารตัวเองถูกหวยบ้านรุ่งเช้าแจ้งความถูกละเมิด  ต้องแจ้งความต่อ )
คุณพุ่มเป็นคนน่ารักมาก โดยส่วนตัวผมมีโอกาสพบกับคุณพุ่มหลายครั้ง ซึ่งท่านสามารถคำนวณในใจได้ครับ เช่น ถ้าเราบอกว่าเกิดวันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร ท่านสามารถบอกได้เลยว่าเราเกิดวันอะไร ท่านคิดในใจไม่ถึง 1 นาที บอกมาได้เลยว่า เกิดวันอังคาร
ท่านเก่งในเรื่องนี้มากครับ เป็นคนที่น่ารักมาก อัธยาศัยดี ก็ต้องสูญเสียไป คณะรัฐมนตรีจึงขอเชิญชวนชาวไทยไว้ทุกข์กับเหตุการณ์นี้ เราไว้ทุกข์กัน 3 วัน คือวันที่ 28 29 และ 30( ธันวาคม 2547)[ตามหา​ นาย​นิพนธ์ทางทีวีเลยเพิ่งได้ใช้สื่อเพราะ รธน.2540.ออกเเบบการใช้อำนาจใว้ ห้ามสส.ใช้สื่อทำงาน ขอ กกต.ก่อน ]
 
ตอนนี้เข้าสู่ปีใหม่ทุกคนต้องการความสดใสนะครับ ผมคิดว่าจากวันนี้ไปเราก็ทำบุญทำทานกันทำให้จิตใจสบาย
ผมได้สั่งให้คุณสมิต ธรรมสโรช อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งมีความรู้ในเรื่องนี้ดี ช่วยกันทำความเข้าใจในภัยพิบัตินี้อย่างลึกซึ้งและก็จัดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้เหมาะสมกับประเทศไทยแม้ว่าจะแพงก็แพง ที่เสียหายมันแพงกว่าครับ เพราะเสียหายในเรื่องทรัพย์สินพอเอาคืนได้เสียหายชีวิตมากๆไม่ไหว
   เหตุการณ์ครั้งนี้เราถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เราจะต้องแก้ไขครับ ถึงว่าหายก็ต้องล้อมคอก แต่ว่าเราต้องมีวัวตัวใหม่เข้ามาอีก ถ้าเราไม่มีข้อก็แย่ เพราะฉะนั้นจึงต้องยอม นี่ก็เป็นสิ่งที่ต้องลงทุน แล้วต้องมีการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดว่ามันเป็นอย่างไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราเตือนกันไม่ได้เลยหรือ...
มันต้องเรียนรู้ในเหตุการณ์ครับ
สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรก ผมอยู่ที่ภาคอีสาน ผมพยายามติดต่อสั่งการจากภาคอีสาน ประเดี๋ยวหนึ่งก็มีคนมารายงานว่า มันอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งที่เรียกว่า อาฟเตอร์ช็อค (After Shock ) มันจะเกิดขึ้นยักษ์อีกทำให้หลายฝ่ายกลัวที่จะเข้าไปในที่เกิดเหตุทันทีทันใด
หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นสิ่งแรกที่ผมสั่งการให้หาทางช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกมาก่อน ทุกคนก็ระดมกันเข้าไปพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล มีคนเจ็บเข้าโรงพยาบาลจำนวนประมาณ 10000 คนเป็นคนไทยและต่างชาติประมาณ 10000 คน
  คืนแรกวันอาทิตย์หลังจากทราบเหตุ ผมบินตรงมาจากขอนแก่นทันที ..
.... หลังจากสนามบินเปิดเพราะตอนแรกก็ปิดสนามบินใช้ เพราะเกรงว่าถ้าพายุมาจะเกิดอันตรายต่อเครื่องบินขึ้น ลง มาขึ้นลงอีกทีก็หลัง 5 โมงเย็นไปแล้วผมก็เลยบินตรงมาจากขอนแก่นมาลงที่ภูเก็ตและก็วันนั้นคืนนั้นบินมาดูที่พังงา
  บังเอิญคืนนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ(ร.10) พร้อมด้วยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์มาก่อน เพื่อดูคุณพุ่ม ผมก็ตามมาทันที และสั่งการให้มีการค้นหาตั้งแต่คืนนั้น เพราะฉะนั้นการค้นหาเริ่มตั้งแต่ตี 2 คืนวันอาทิตย์ และมอบให้นายสุวิทย ์คุณกิตติ รคำกล่าวเกี่ยวกับคุณพุ่ม​ เจนเซ่น​ พระโอราสในทูลกระหม่อมอุบลรัตน์ราชกัลยาศิริโสภาวัณวดี

คำกล่าวของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในรายการนายกทักษิณคุยกับประชาชนทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเวลา 18 นาฬิกาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2548

สวัสดีปีใหม่พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักเมื่อคืนท่านคงรับฟังกระแสพระราชดำรัสเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปแล้วสิ่งที่พวกเราเข้าใจกันก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลื้มพระทัยที่คนไทยรักใคร่สามัคคีกันช่วยกันในยามตกทุกข์ได้ยากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้เป็นสิ่งที่แสดงความสามารถสมานสามัคคีอย่างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลื้มพระทัยในสิ่งที่เราทำกัน...
  ผมขอเล่าเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 2 มกราคม 2548 เราเรียกว่าเป็นภัยพิบัติตามธรรมชาติครั้งร้ายแรงของประเทศซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตบาดเจ็บเป็นประวัติการณ์ อันเป็นเหตุการณ์เกิดมาจากแผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซียแผ่นดินไหววัดได้เกิน 6.5 ริกเตอร์ถือว่าหนักแต่ถ้าเกิน8ริกเตอร์โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ในเกาะหรือในทะเลจะเกิด"คลื่นสึนามิ "
  แต่ว่านี่มัน 9 ริกเตอร์ เกิดที่จุดอื่นๆ 7ริกเตอรฺ์ เลยทำให้เกิดคลื่นยักษ์เป็นแนวยาวๆไปก็ทบถึงเกาะมาดากัสการ์ และอินเดีย มัลดีฟ ศรีลังกา บังกลาเทศ พม่า ไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิตขณะนี้เป็นแสนแล้ว
    
    ประเทศเราก็ปาก็ไป 4000 กว่าเป็นความสูญเสียมากเพราะเราไปกระทบที่จังหวัดระนอง ภูเก็ต กระบี่ ทั้งหมดพังงาหนักที่สุด ลองลงมากระบี่ ที่เกาะพีพี ภูเก็ตที่สันป่าตองเยอะหน่อย ที่ระนองมีหมู่บ้านชาวประมง
( อาฟเตอร์ช็อกครั้งที่ 5 รัฐมนตรีจตุรงค์ฉายแสงไปมอบเงินให้กับครอบครัวของเด็กหญิง สุกัญญา ขุนภักดี ที่สูญเสียบิดามารดาและน้องชายด้วย : ผู้เขียนติดตามข่าวจากโทรทัศน์)

  เหตุการณ์ครั้งนี้คุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสทูลกระหม่อมหญิง  
  ประสบเหตุถึงแก่อนิจกรรม เป็นสิ่งที่สลดใจ เศร้าใจทั้งประเทศ เพราะถือว่าเป็นหลานพระเจ้าอยู่หัว 
( สงสารตัวเองถูกหวยบ้านรุ่งเช้าแจ้งความถูกละเมิด  ต้องแจ้งความต่อ )

 คุณพุ่มเป็นคนน่ารักมาก โดยส่วนตัวผมมีโอกาสพบกับคุณพุ่มหลายครั้ง ซึ่งท่านสามารถคำนวณในใจได้ครับ เช่น ถ้าเราบอกว่าเกิดวันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร ท่านสามารถบอกได้เลยว่าเราเกิดวันอะไร ท่านคิดในใจไม่ถึง 1 นาที บอกมาได้เลยว่า เกิดวันอังคาร

 ท่านเก่งในเรื่องนี้มากครับ เป็นคนที่น่ารักมาก อัธยาศัยดี ก็ต้องสูญเสียไป คณะรัฐมนตรีจึงขอเชิญชวนชาวไทยไว้ทุกข์กับเหตุการณ์นี้ เราไว้ทุกข์กัน 3 วัน คือวันที่ 28 29 และ 30( ธันวาคม 2547)[ตามหา​ นาย​นิพนธ์ทางทีวีเลยเพิ่งได้ใช้สื่อเพราะ รธน.2540.ออกเเบบการใช้อำนาจใว้ ห้ามสส.ใช้สื่อทำงาน ขอ กกต.ก่อน ]
  
ตอนนี้เข้าสู่ปีใหม่ทุกคนต้องการความสดใสนะครับ ผมคิดว่าจากวันนี้ไปเราก็ทำบุญทำทานกันทำให้จิตใจสบาย 

ผมได้สั่งให้คุณสมิต ธรรมสโรช อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งมีความรู้ในเรื่องนี้ดี ช่วยกันทำความเข้าใจในภัยพิบัตินี้อย่างลึกซึ้งและก็จัดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้เหมาะสมกับประเทศไทยแม้ว่าจะแพงก็แพง ที่เสียหายมันแพงกว่าครับ เพราะเสียหายในเรื่องทรัพย์สินพอเอาคืนได้เสียหายชีวิตมากๆไม่ไหว
   เหตุการณ์ครั้งนี้เราถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เราจะต้องแก้ไขครับ ถึงว่าหายก็ต้องล้อมคอก แต่ว่าเราต้องมีวัวตัวใหม่เข้ามาอีก ถ้าเราไม่มีข้อก็แย่ เพราะฉะนั้นจึงต้องยอม นี่ก็เป็นสิ่งที่ต้องลงทุน แล้วต้องมีการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดว่ามันเป็นอย่างไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราเตือนกันไม่ได้เลยหรือ...
มันต้องเรียนรู้ในเหตุการณ์ครับ

สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรก ผมอยู่ที่ภาคอีสาน ผมพยายามติดต่อสั่งการจากภาคอีสาน ประเดี๋ยวหนึ่งก็มีคนมารายงานว่า มันอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งที่เรียกว่า อาฟเตอร์ช็อค (After Shock ) มันจะเกิดขึ้นยักษ์อีกทำให้หลายฝ่ายกลัวที่จะเข้าไปในที่เกิดเหตุทันทีทันใด

หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นสิ่งแรกที่ผมสั่งการให้หาทางช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกมาก่อน ทุกคนก็ระดมกันเข้าไปพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล มีคนเจ็บเข้าโรงพยาบาลจำนวนประมาณ 10000 คนเป็นคนไทยและต่างชาติประมาณ 10000 คน
  คืนแรกวันอาทิตย์หลังจากทราบเหตุ ผมบินตรงมาจากขอนแก่นทันที ..
.... หลังจากสนามบินเปิดเพราะตอนแรกก็ปิดสนามบินใช้ เพราะเกรงว่าถ้าพายุมาจะเกิดอันตรายต่อเครื่องบินขึ้น ลง มาขึ้นลงอีกทีก็หลัง 5 โมงเย็นไปแล้วผมก็เลยบินตรงมาจากขอนแก่นมาลงที่ภูเก็ตและก็วันนั้นคืนนั้นบินมาดูที่พังงา 
  บังเอิญคืนนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ(ร.10) พร้อมด้วยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์มาก่อน เพื่อดูคุณพุ่ม ผมก็ตามมาทันที และสั่งการให้มีการค้นหาตั้งแต่คืนนั้น เพราะฉะนั้นการค้นหาเริ่มตั้งแต่ตี 2 คืนวันอาทิตย์ และมอบให้นายสุวิทย ์คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดูแลจังหวัดพังงา
 กองบัญชาการในการค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ตั้งขึ้นทันทีที่ภูเก็ต มีนายโภคิน พลกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้า และมอบให้นายสุธรรมแสงประทุมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบจังหวัดพังงา มอบให้นายพินิจ จารุสมบัติ รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบจังหวัดระนอง แล้วมอบให้นายจตุรนค ์ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบงานชั่วคราว 
  
     ตอนนั้นนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ  รองนายกรัฐมนตรี ยังอยู่กรุงเทพ มอบหมายให้นายสุวัฒน์รับต่อ ในด้านประสานงานการท่องเที่ยว ดูแลคนท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ผมสั่งให้ดูแลนักท่องเที่ยวต่างประเทศด่วน ให้เขารู้เลยทันทีว่าเราแคร์เขา เราดูแลเขา บางคนมีเสื้อผ้าเพียงชุดเดียววิ่งหนีออกมา ผมบอกว่าให้เอาเครื่องบินขนกลับมากรุงเทพ โรงแรมที่พักให้ฟรีหมด ทั้งเรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้าก็ให้ซื้อใหม่ชุด 2 ชุด ตั๋วเครื่องบินจะกลับบ้านไม่มีก็ให้ฟรีหมด 
   เอากระทรวงการต่างประเทศมาช่วยกันทํา One Stop Service เพื่อให้เขาได้มีเอกสารกลับบ้าน คเราช่วยคนเป็นให้กลับบ้าน ถ้าคุณตายเราก็ออกให้หมด นอกจากนั้นเราตั้งศูนย์บริการล่าสุดตัวเลขค่อนข้างน่าตกใจครับมีผู้เสียชีวิตที่ได้ส่งมาแล้ว 4560 ศพซึ่งยังไม่หมดเป็นคนไทยกับชาวต่างประเทศคนละครึ่งและมีผู้สูญหายอีก 6,500กว่าคน ซึ่งผู้เสียหายนั้นแนวโน้มที่จะเสียชีวิตค่อนข้างสูงเพราะว่ามันหลายวันแล้ว

 เวลานี้มีองค์กรการกุศลอาสาสมัครเข้ามาช่วยถึงหมื่นกว่าคน ทหารก็มากันทั้งกำลังคนเครื่องมือพร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน C 130 กองทัพอากาศ กองทัพเรือมีเรือจักรีนฤเบศร กองทัพบกขนเครื่องมือ พลทหารช่าง เครื่องมือสื่อสารเข้ามาช่วยกันเต็มที่ ตํารวจตระเวนชายแดน ตำรวจท้องที่ก็ช่วยกันหมด รวมแล้วใช้กำลังร่วม 2 หมื่นคน

 สิ่งที่เป็นน้ำใจคนไทยช่วยระดมให้ความช่วยเหลือ ส่งเครื่องอุปโภคบริโภคมาจะมาพอแล้ว
ถ้าหากท่านจะช่วยให้ช่วยมาเป็นเงินจะดีกว่าครับ
  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาพระราชทานเงินส่วนพระองค์ 30 ล้านบาทผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ทางคุณขวัญแก้ว วัชโรทัย เป็นประธานมูลนิธิ จะดำเนินการตามพระราชประสงค์อย่างเต็มที่เมื่อวานนี้ (วันที่ 31 ธันวาคม 2547) สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชเสาวนีย์ว่า อยากเห็นนักเรียนนายร้อยเอาของที่ประชาชนแจกและมอบให้ นำมากระจายเอาไปแจกให้ถึงมือประชาชนโดยทั่วถึง และทรงห่วงราษฎรที่บ้านพังหมด ผมก็รับพระราชเสาวนีย์มาสั่งการให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกคน นักเรียนนายสิบ มาช่วยจัดการกระจายของให้ถึงมือชาวบ้านเช้านี้นักเรียนโรงเรียนทั้งสี่เหล่า 100 คนจะมาเอาของไปแจกนอกจากนี้จะติดตั้งเต็นท์ตามระบบให้อยู่ได้ก่อนหลังจากนั้นจะสร้างบ้านก็จะดำเนินการไปไม่เช่นนั้นแล้วต้องไปนั่งนอนอยู่ตามศาลาประชาคมเป็นเดือนก็ไม่ไหวให้ไปอยู่ในเต็นท์สักเดือนสองเดือนก็พอสร้างบ้านได้

 สิ่งที่น่ารักคือเราอาสาสมัครทุกฝ่ายอย่างที่ภูเก็ต อาสาสมัครมัคคุเทศก์เขาจะมาช่วยกันในด้านล่าม ล่าสุดเมื่อคืนที่ป่าตอง ร้านค้าทั้งหลายเริ่มเปิดฟื้นเร็วกว่าที่คิดบางทีธรรมชาติยังไม่เสียผมก็ยังคงจะต้องตั้งถิ่นดูแลทั้งฟื้นฟูสภาพจิตใจฟื้นฟูความเป็นอยู่ 

พี่น้องประชาชนครับขอให้สิ่งเลวร้ายมันจบไปพร้อมปี 2547 ปี 2548 ขอให้เป็นปีที่เราจะเริ่มต้นสิ่งดีๆร่วมกัน

ผมเชื่อว่าเราสามารถที่จะลิขิตชีวิตเราให้มันดีกว่าการปล่อยไว้ให้เป็นเรื่องของโชคชะตาอย่างเดียว

##CityClassCitizen #personal
คำกล่าวเกี่ยวกับคุณพุ่ม​ เจนเซ่น​ พระโอราสในทูลกระหม่อมอุบลรัตน์ราชกัลยาศิริโสภาวัณวดี



คำกล่าวของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในรายการนายกทักษิณคุยกับประชาชนทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเวลา 18 นาฬิกาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2548

สวัสดีปีใหม่พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักเมื่อคืนท่านคงรับฟังกระแสพระราชดำรัสเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปแล้วสิ่งที่พวกเราเข้าใจกันก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลื้มพระทัยที่คนไทยรักใคร่สามัคคีกันช่วยกันในยามตกทุกข์ได้ยากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้เป็นสิ่งที่แสดงความสามารถสมานสามัคคีอย่างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลื้มพระทัยในสิ่งที่เราทำกัน...
  ผมขอเล่าเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 2 มกราคม 2548 เราเรียกว่าเป็นภัยพิบัติตามธรรมชาติครั้งร้ายแรงของประเทศซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตบาดเจ็บเป็นประวัติการณ์ อันเป็นเหตุการณ์เกิดมาจากแผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซียแผ่นดินไหววัดได้เกิน 6.5 ริกเตอร์ถือว่าหนักแต่ถ้าเกิน8ริกเตอร์โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ในเกาะหรือในทะเลจะเกิด"คลื่นสึนามิ "
  แต่ว่านี่มัน 9 ริกเตอร์ เกิดที่จุดอื่นๆ 7ริกเตอรฺ์ เลยทำให้เกิดคลื่นยักษ์เป็นแนวยาวๆไปก็ทบถึงเกาะมาดากัสการ์ และอินเดีย มัลดีฟ ศรีลังกา บังกลาเทศ พม่า ไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิตขณะนี้เป็นแสนแล้ว
 
    ประเทศเราก็ปาก็ไป 4000 กว่าเป็นความสูญเสียมากเพราะเราไปกระทบที่จังหวัดระนอง ภูเก็ต กระบี่ ทั้งหมดพังงาหนักที่สุด ลองลงมากระบี่ ที่เกาะพีพี ภูเก็ตที่สันป่าตองเยอะหน่อย ที่ระนองมีหมู่บ้านชาวประมง
( อาฟเตอร์ช็อกครั้งที่ 5 รัฐมนตรีจตุรงค์ฉายแสงไปมอบเงินให้กับครอบครัวของเด็กหญิง สุกัญญา ขุนภักดี ที่สูญเสียบิดามารดาและน้องชายด้วย : ผู้เขียนติดตามข่าวจากโทรทัศน์)

  เหตุการณ์ครั้งนี้คุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสทูลกระหม่อมหญิง
  ประสบเหตุถึงแก่อนิจกรรม เป็นสิ่งที่สลดใจ เศร้าใจทั้งประเทศ เพราะถือว่าเป็นหลานพระเจ้าอยู่หัว
( สงสารตัวเองถูกหวยบ้านรุ่งเช้าแจ้งความถูกละเมิด  ต้องแจ้งความต่อ )

 คุณพุ่มเป็นคนน่ารักมาก โดยส่วนตัวผมมีโอกาสพบกับคุณพุ่มหลายครั้ง ซึ่งท่านสามารถคำนวณในใจได้ครับ เช่น ถ้าเราบอกว่าเกิดวันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร ท่านสามารถบอกได้เลยว่าเราเกิดวันอะไร ท่านคิดในใจไม่ถึง 1 นาที บอกมาได้เลยว่า เกิดวันอังคาร

 ท่านเก่งในเรื่องนี้มากครับ เป็นคนที่น่ารักมาก อัธยาศัยดี ก็ต้องสูญเสียไป คณะรัฐมนตรีจึงขอเชิญชวนชาวไทยไว้ทุกข์กับเหตุการณ์นี้ เราไว้ทุกข์กัน 3 วัน คือวันที่ 28 29 และ 30( ธันวาคม 2547)[ตามหา​ นาย​นิพนธ์ทางทีวีเลยเพิ่งได้ใช้สื่อเพราะ รธน.2540.ออกเเบบการใช้อำนาจใว้ ห้ามสส.ใช้สื่อทำงาน ขอ กกต.ก่อน ]

ตอนนี้เข้าสู่ปีใหม่ทุกคนต้องการความสดใสนะครับ ผมคิดว่าจากวันนี้ไปเราก็ทำบุญทำทานกันทำให้จิตใจสบาย

ผมได้สั่งให้คุณสมิต ธรรมสโรช อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งมีความรู้ในเรื่องนี้ดี ช่วยกันทำความเข้าใจในภัยพิบัตินี้อย่างลึกซึ้งและก็จัดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้เหมาะสมกับประเทศไทยแม้ว่าจะแพงก็แพง ที่เสียหายมันแพงกว่าครับ เพราะเสียหายในเรื่องทรัพย์สินพอเอาคืนได้เสียหายชีวิตมากๆไม่ไหว
   เหตุการณ์ครั้งนี้เราถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เราจะต้องแก้ไขครับ ถึงว่าหายก็ต้องล้อมคอก แต่ว่าเราต้องมีวัวตัวใหม่เข้ามาอีก ถ้าเราไม่มีข้อก็แย่ เพราะฉะนั้นจึงต้องยอม นี่ก็เป็นสิ่งที่ต้องลงทุน แล้วต้องมีการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดว่ามันเป็นอย่างไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราเตือนกันไม่ได้เลยหรือ...
มันต้องเรียนรู้ในเหตุการณ์ครับ

สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรก ผมอยู่ที่ภาคอีสาน ผมพยายามติดต่อสั่งการจากภาคอีสาน ประเดี๋ยวหนึ่งก็มีคนมารายงานว่า มันอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งที่เรียกว่า อาฟเตอร์ช็อค (After Shock ) มันจะเกิดขึ้นยักษ์อีกทำให้หลายฝ่ายกลัวที่จะเข้าไปในที่เกิดเหตุทันทีทันใด

หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นสิ่งแรกที่ผมสั่งการให้หาทางช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกมาก่อน ทุกคนก็ระดมกันเข้าไปพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล มีคนเจ็บเข้าโรงพยาบาลจำนวนประมาณ 10000 คนเป็นคนไทยและต่างชาติประมาณ 10000 คน
  คืนแรกวันอาทิตย์หลังจากทราบเหตุ ผมบินตรงมาจากขอนแก่นทันที ..
.... หลังจากสนามบินเปิดเพราะตอนแรกก็ปิดสนามบินใช้ เพราะเกรงว่าถ้าพายุมาจะเกิดอันตรายต่อเครื่องบินขึ้น ลง มาขึ้นลงอีกทีก็หลัง 5 โมงเย็นไปแล้วผมก็เลยบินตรงมาจากขอนแก่นมาลงที่ภูเก็ตและก็วันนั้นคืนนั้นบินมาดูที่พังงา
  บังเอิญคืนนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ(ร.10) พร้อมด้วยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์มาก่อน เพื่อดูคุณพุ่ม ผมก็ตามมาทันที และสั่งการให้มีการค้นหาตั้งแต่คืนนั้น เพราะฉะนั้นการค้นหาเริ่มตั้งแต่ตี 2 คืนวันอาทิตย์ และมอบให้นายสุวิทย ์คุณกิตติ ร

การฟ้องคดีปกครองที่เกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

มาตรา 52การฟ้องคดีปกครองที่เกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะหรือสถานะของบุคคลจะยื่นฟ้องเมื่อใดก็ได้เมื่อพ้นกำหนดเวลาการฟ้องคดีแล้วถ้าศาลปกครองเห็นว่าคดีนั้นเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือเหตุว่าเป็นอื่นๆโดยศาลเห็นเองหรือคู่กรณีมีคำขอศาลปกครองจะรับไว้พิจารณาก็ได้

  สภาพของบุคคลคือสถานะบุคคลตามกฎหมายว่าผู้นั้นมีฐานะทางสังคมในครอบครัวอย่างไรเช่นเพศชาย เล็ก หรือผู้ใหญ่

1) คนอยู่ในทะเบียนบ้าน
2) คนตายในบ้าน
3) คนตายนอกบ้าน
4)การสมรส ประมวลกฎหมายวิธีพินาความแพ่งมาตรา 1457
5) การหย่า ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1501
6) การรับบุตรบุญธรรม
7) การยกเลิกรับบุตรบุญธรรม
8) การรับรองบุตร

* สัญชาติ
* ความสามารถของบุคคล
1.ผู้เยาว์
2.คนไร้ความสามารถ
3.ศาลมีคำสั่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถโดยมีกายพิการจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบสุรุ่ยสุร่ายเสเพลเสพสุรายาเสพติด






ปัญหาราชการของผม ครอบคลุมไปทุกเรื่อง โดยเฉพาะ​ คุณวิไลวรรณ​ ไชยพิเดชโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองใหญ่​เทศบาลนครขอนแก่นบ้านเดิมผม

ผมก็ทราบว่าความรับผิดชอบเรื่องใบเสร็จค่าน้ำเรื่องข้าวเหนียวเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะเราจะหารายได้อย่างไรเมื่อไม่มีค่าไฟฟ้า ปัญหาความล่าหองระแหง ในเครือญาติของผมมันถูกครอบงำปัญหาปากท้องเป็นส่วนใหญ่ไม่มีการแก้ไขจัดการได้อย่าง One Stop Service

ส่วนที่มันร้ายแรงสำคัญก็คือ การที่เราจะหนีจากการเรียนของโรงเรียนมัธยม เป็นไปได้ยากเพราะวิชาดนตรีเป็นวิชาสำคัญของชีวิตผมเลยทุกวันนี้ผมก็คิดถึงคุณครูของผมอยู่ดนตรีนั้นไม่ใช่หมอลำ​ ดนตรีของผมเป็นการผลิตสื่อ ผลิตคลิปวีดีโอเป็นการเดินทางการค้นคว้าหาคำตอบว่าเราจะอยู่กับเขาไปเพื่ออะไรที่เขาเรียกว่า การเดินทางคือการเรียนรู้ Learning Together and Together

บางคืนมั่วสุมกันจนป่วยหนักทำร้ายทางเทคนิคจนนอนไม่ได้ ไม่รู้จะไล่ทั้งคนพูดมากและคนทำลายไปอย่างไรเขาเรียกว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำ

แม่ผมกู้เงินเดือนละ 5,500 เราต้องผ่อนวันละ 200 บาท

บ้านเรากินข้าวทั้งปี 11, 100 บาท เป็นค่าข้าวเหนียวข้าวเจ้า แดง

ผมไม่มีลายเซ็น C5 นอกจากพ่อใหญ่เสงี่ยมสิงห์อุดมหรือว่าลุงนันบ้านหนองมันปลา

ความชั่วของผมก็คือการมั่วสุมกับเพื่อนบ้านทั้งๆที่ผมไม่ได้เกี่ยวเป็นคนอยู่เส้นกึ่งกลางระหว่างที่เขารอกันทุกคืนทุกวันที่ผ่านไปผมสงสัยว่าทำไมคนพวกนั้นแอบซุ่มอยู่ในบ้านอยู่ตามชายป่ารอบหมู่บ้านมันสั่งสอนอะไร ล้อเลียนโทรศัพท์ พูดประชดเพื่อนกินเวลาวันนึงไม่ต่ำกว่า 18 ชั่วโมงกินเวลาปีนึงไม่ต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งไม่สามารถจะแก้ปัญหาอะไรได้ทำให้เราดูโทรทัศน์ไม่รู้เรื่องแถมยังถูกตำรวจโรงพักบ้านโจดมาบอกให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลบ้า ขอนแก่นเมื่อหลายปีที่ผ่านมาผมพูดได้เลยว่า ผมไม่ได้ทำร้ายใคร ผมก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนสร้างความวุ่นวายให้คนว่ากล่าว ให้ร้าย กับใคร

ครูวิไลวรรณไชยพิเดชก็คือความคิดถึงในหลวงของมันและหนังสือรับรองความประพฤติ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสุมาลัยเรื่อง การทำบัญชีและค่าน้ำของพวกมัน นอกจากนี้ ยังหลอกลวงผมแจ้งความแล้วให้พวกอสมที่เป็นป้ากับน้าของผม ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อนค่อยจับลูกชายผู้ใหญ่บ้านวีรวุฒิยงยืนทั้งสองคนผมขอปฏิเสธว่าผมไม่ได้มีเจตนาทำให้น้องหนีการเรียน​ 

ผมบอกด้วยความสัตย์จริงว่าผม ไม่ใช่คน มีอารมณ์ทางเพศไม่แยกแยะ ผมรู้ รักเคารพ ผู้อื่นอยู่เสมอ ผมรู้ว่า คนต้องพึ่งพาอาศัยกันถ้าเป็นญาติต้องไม่ทิ้งกัน​ เหมือนโครงการของนายกเทศมนตรีพีระพล​เทศบาลนครขอนแก่นคือ"โครงการคนขอนแก่นไม่ทอดทิ้งกัน" 

อาจารย์วิไลวรรณไชยพิเดช สามารถออกหนังสือรับรองความประพฤติที่ผมรู้จักในหมู่บ้านหนองมันปลาได้ 2 คนก็คือ

1.ผู้ช่วยสุมาลัย​ ประถมวงศ์
2. ส่วนพี่ชายของผู้ช่วยสุมาลัยก็คือ ร้อยตรีพิทักษ์เทพ ไชยพิเดช กองกำลังรักษาความสงบ จังหวัดมหาสารคาม

ผมเสียใจเรื่องน้องชายคนหนึ่งที่เป็นลูกชายผู้ใหญ่บ้าน ชื่อ​ น้องมาร์ค​ ยงยืน​ ถูกกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดมหาสารคามคุมตัวไป 5 วัน เขาค้นมอเตอร์ไซค์ หายาเสพติด​ ผมนั่งดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตัวของผมเอง กองกำลังที่ว่านั้น ไม่มีร้อยตรีพิทักษ์เทพ อยู่ด้วยแต่ผมทราบว่าน่าจะมาเพราะ เขาคิดอยากจะจับไปอบรม เหตุการณ์วันนั้นกินเวลามาประมาณ 2 ปีแล้ว ล่าสุดกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคาม
ขี่มอเตอร์ไซค์มาที่หน้าบ้านของผม เป็นจ่าสิบเอกพิเศษอ้วนๆคนนึงใส่ชุดครึ่งท่อนรัดท็อปทหารใส่เสื้อสีเขียว พูดกับแม่ผมว่า จะให้จับลูกชายอีกด้วยหรือไม่ ความหมายนั้นเคลือบคลุมไปถึงความเจ็บป่วยของผมที่ถูกทำลายจากอุปกรณ์เทคนิคต่างๆ และนอกจากนั้นหมายถึงสารเคมีหรือสารพิษที่เชื้ออยู่ในอาหารนั้น นอกจากนี้ยังรวมความ กลางทุ่งนาบอกว่าน้องชายผมที่เป็นลูกพี่ลูกน้องตอนนี้อายุขึ้นหลัก 31 กันหมดแล้ว ยังจะคิดละเมิด เขตอำนาจปกครองละเมิดอำนาจหรือบริหารราชการติดต่อราชการของญาติพี่น้องคุณทักดีของผมอยู่ ผมไม่ทราบว่าพวกญาติพี่น้องอปพรหรือพวกญาติพี่น้องอสมในหมู่บ้านจะมีจิตคิดในทางร้ายมากมายขนาดนี้

ขณะที่ผมหลายงานอยู่นี้เป็นเวลาเที่ยง 20 นาทีของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 อีก 5 วันจะเป็นวันตรุษจีน









นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมด้วยรองนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนงานเทศบาล ผู้บริหารสถานศึกษา พนักงานเทศบาล และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน  “ผูกพันรักถักทอใจแห่งความภาคภูมิ  เทศบาลนครขอนแก่น” เพื่อเป็นการแสดงมุทิตาจิตให้แก่พนักงานเทศบาลนครขอนแก่นที่จะได้เกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2561 นี้

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561 เวลา 18.00 น. ณ ห้องภูพาน  โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล   นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมด้วย รองนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนงานเทศบาล ผู้บริหารสถานศึกษา พนักงานเทศบาล และแขกผู้มีเกียรติ  ร่วมงาน  “ผูกพันรักถักทอใจแห่งความภาคภูมิ  เทศบาลนครขอนแก่น” เพื่อเป็นการแสดงมุทิตาจิตให้แก่พนักงานเทศบาลนครขอนแก่นที่จะได้เกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2561 จำนวน 49 ท่าน ดังรายนามต่อไปนี้ 
.
1.นายยินชัย  อานันทนสกุล ผู้อำนวยการสำนักการช่าง 
2.นายยุทธ   วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา  
3.ดร.พูลผล  ชาญวิรัตน์ รองผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ รร.ท.สวนสนุก 
4.นายสุรศักดิ์  ไชยคำภา นายช่างโยธาอาวุโส สำนักการช่าง
5.นายอดิศัย  เทพไกรวัล ช่างศิลป์ปฏิบัติการ กองวิชาการและแผนงาน
6.นางสุภาวดี  อนวัชมงคล ครูเชี่ยวชาญ รร.ท.สวนสนุก 
7.นางรัตนาภรณ์ สิทธิกิจโยธินครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.สวนสนุก
8.นางมะลิ  ศิลากุล ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.สวนสนุก 
9.นางฉัฐพร  ผางโคกสูง ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.สวนสนุก
10.นายกมล  ปิยะมณีพันธ์ ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.สวนสนุก 
11.นางสุมาลัย  ไชยประสิทธิ์ ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.สวนสนุก  
12.นางรุ่งรัตน์  ศรีเร ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.สวนสนุก 
13.นางศิวพร    อ่อนตา ครูดูแลเด็กอนุบาลและปฐมวัย รร.ท.สวนสนุก 
14.นางบัวพิน  สุขหนา ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.วัดกลาง 
15.นางพูลศรี  ภูไชยแสง ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.วัดกลาง 
16.นางกานดา  เปรุนาวิน ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.วัดกลาง  
17.นางกสิณา  อริย์ธัช ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.วัดกลาง 
18.นางปราณี  หิมะธนะสุวรรณ ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.วัดกลาง 
19.นางบุษบง  บัวแสง ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.วัดกลาง
20.นางนิตยา  รัชชูวงษ์ ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.วัดกลาง
21.น.ส.บัวเรียน   แก้วนิสสัย ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.วัดกลาง
22.นายสากล  อุ่นไธสง ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านหนองใหญ่



⭕23.นางวรรณวิไล  ไชยพิเดช ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านหนองใหญ่​ 





24.นายประมวล  ตรีวิเศษ ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านโนนชัย
25.นางสาวอุราลักษณ์  ลากุลเพลิน ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านโนนทัน
26.นางเพ็ญสวาท  พันธุ์แก้ว  ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านโนนทัน
27.นางจรัลรัตน์  ใจขาน ครูเชี่ยวชาญ รร.ท.บ้านสามเหลี่ยม
28.นางชลิดา  อธิวิทวัส ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านสามเหลี่ยม
29.นายสำราญ    เหมบุรุษ ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านสามเหลี่ยม
30.นายสิงห์ทอง  ศรวิเศษ ภารโรง รร.ท.บ้านสามเหลี่ยม
31.นางสาวจุไรรัตน์  แสนคำวงษ์  ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านโนนหนองวัด
32.นายชาลี  พงษ์นุ่มกุล ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านศรีฐาน
33.นางแสงอรุณ  คำภักดี ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านศรีฐาน
34.นางสายมณี  เพิ่มวิลัย ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านศรีฐาน
35.นางอธิษฐาน    ธรรมฤทธิ์ ครูชำนาญการพิเศษ รร.ท.บ้านศรีฐาน
36.นางสาวอุบล  บัวสุวรรณ ครู คศ.1         ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดศรีสว่างโนนทัน
37.นางบุญปลูก  ถนอมโกมล ครู คศ.1 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กการเคหะ
38.นายสุริยนต์   บุตรศรีชา ภารโรง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดป่าชัยวัน 
39.นายคจิตร    โม่งคำ พนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดหนัก สำนักการสาธารณสุขฯ
40.นายคำไพ   สุรีรัตน์ พนักงานขับเครื่องจักกลขนาดกลาง สำนักการสาธารณสุขฯ
41.นายประดิษฐ์  ทองเจริญ พนักงานขับรถยนต์(ทักษะ) สำนักการสาธารณสุขฯ
42.นายผดุงศักดิ์   สินพันธ์ คนงานประจำรถขยะ(ทักษะ) สำนักการสาธารณสุขฯ
43.นายสายันต์    ปัดทุมมา คนงานประจำรถขยะ(ทักษะ) สำนักการสาธารณสุขฯ 
44.นายนิยม   นาหนองตูม คนงานประจำรถขยะ(ทักษะ) สำนักการสาธารณสุขฯ 
45.นายประภาส   รุณชัยศรี คนงานประจำรถขยะ สำนักการสาธารณสุขฯ
46.นายมานิตร  กว้างไชย์ คนงานประจำรถขยะ สำนักการสาธารณสุขฯ 
47.นายสมยศ    ศรีคุณ คนงาน สำนักการสาธารณสุขฯ 
48.นายแสวง  ฤทธิ์ดำ เจ้าหน้าที่สถานีขนส่ง (ทักษะ) สำนักปลัดเทศบาล
49.นายพุทธ   อุ่นอุดม พนักงานตัดแต่งต้นไม้สวยงาม (ทักษะ) สำนักการช่าง

ทั้งนี้ เทศบาลนครขอนแก่นขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และคุณความดีที่ท่านได้ทำไว้ ได้โปรดดลบันดาลให้ท่านผู้เกษียณทั้ง 49 ท่าน พร้อมครอบครัว จงประสบแต่ความสุขความเจริญ ด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ธนสารสมบัติทุกประการ

ที่มา​ สนง.สธท.ขอนแก่น​ Facebook
ขอบคุณ​ท่านผอ.ด้วยครับ​ น้องๆหลานๆ

        นายอนุภาพ​ เนื่องชมพู​เรียน​รร.ท.บ้านหนองใหญ่​   นึกถึง​อาจารย์น้อย​ สุจริต​ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม​ มหาวิทยาบัยขอนแก่นสิครับ​ จะไปสนใจ​ นายศิริพง  สุจริิตทำไมกัน​ เเลดๆเรียน​ร.ร.หนองใหญ่ขอให้พอกันอีกครับครู​ พ่อเเม่น้องเขาครับรู้จักมาตั้งนานเเล้ว​ เเม้ว่าครูคำนึง​ กุลสาร์  จะตายเพราะหลายโรครุ่มเร้า​ เเต่​ ผมช่วย​เเจ้งความระวับความขัดเเย้ง​ ทำไมเเกล้งผมไปฟ้องศาลอีกหลังหาหมอ.รพจ..กพ​ ตร​ รร.ที่ใหนครับ.. หลานตา​  ศาลากลางจังหวัดประจารงานเทศกาลใหมขอนแก่น​2ปีเเล้ว​ รวมตาย4ศพ​เเล้วหลอกชาวบ้านอบรม​ บอกตรงๆเลยว่า*******หลอกเเจ้งความ​ อ้างป่วยรักษา​ ***ทวงหนี้เรียกค่าคุ้มครอง​ทุกเช้าจนดึก​  ยังเป็นห่วงตัวเองมากกว่าครับครู**

                
บ้านหนองมันปลา​ งานเเต่งนายมงคล​ เเละศศิธร​ สุตริต |22พ.ย​ 2539 |ตรงกับวันก่อตั้ง​ สนง.ปปช​/น้าเป็นบ้า/เทศกาลไหม​ ยายc5 พม.ขก )​
สมัย​ผม​ไปฟ้องปกครองศาล​ ช่องทีวีpollถวายรายงานเเละ
นายกฯบอกว่า​ ท่านเก่งด้านยารักษาคนเป็นออร์ทิสติกส์​ ที่สุดเลย​ ท่านเองคงอยากช่วยระงับอารมณ์​คนตอนนี้​
     ยัง​ไม่ได้​ถวายพระพร​ เพราะฉะนั้น​จึงขอถวายพระพรว่า"​ ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย" ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ


ตรุษจีน​ 9ปีเเล้ว..เศร้าๆ..ดำๆ..ลาวๆ..อยากไป



                
              อยากไปเที่ยวสนามหลวง
              ภูมิใจเป็นคนไทย

⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐👩‍👩‍👧‍👧⭐👩‍👩‍👧‍👧⭐⭐⭐⭐


(ทรงพระ​เจริญ​ พระชนมาอายุยืนยาว)​


รายงานข่าว​  :  เยาวราช​ 


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานเปิดงาน ตรุษจีนเยาวราช 2562 ภายใต้แนวคิด “ปีหมูทอง ร่ำรวย สมบูรณ์ พูนสุข” ในวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 15.30 น. ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาวงเวียนโอเดียน จึงขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จโดยพร้อมเพียงกัน 

การนี้ พระราชทานลายพระหัตถ์ภาษาจีน อ่านว่า 亥猪拱福 (ไห้จูก่งฝู ) หรือ ปีหมูหมูขุดหาโชคลาภ โดย คำว่า 亥 (ไห้) หมายถึง ลำดับปีที่ 12 ตามการบันทึกปีแบบจีนโบราณรูปแบบหนึ่ง โดยมีปีทั้งหมด 12 ลำดับ ซึ่งมีจำนวนปีเท่ากับจำนวนปีนักษัตรพอดี , คำว่า 猪 (จู) แปลว่า หมูหรือกุน ปีกุน เป็นปีนักษัตรลำดับที่ 12 เหมือนกับ “ไห้” ดังนั้นคำว่า “ไห้ จู” จึงมักคู่กันเสมอ , คำว่า 拱 (ก่ง) เป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์และคำกิริยา เมื่อเกี่ยวกับหมู มักจะหมายถึง จมูกหมู และกิริยาที่เกี่ยวกับจมูกที่ชอบดุน ชอบขุดกินหัวผักกาดและอื่นๆ และคำว่า 福 (ฝู) หมายถึง โชคลาภ โชคดี และมีความสุข ชาวจีนจึงนิยมติดตัวอักษรนี้ไว้หน้าบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล

ดังนั้น พรพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันตรุษจีนปีนี้คือ "ไห้จูก่งฝูหรือ" ปีหมูหมูดุนหนุนโชคลาภ ซึ่งผู้ได้รับพระราชทานปีนี้ จะมีความสุข มีโชค มีลาภ

ในโอกาสนี้ เพื่อความมีโชคมีลาภของชาวไทยทุกคนในวันตรุษจีน พ.ศ.2562 ปีนี้ ร้านภูฟ้าจึงได้อัญเชิญภาพวาดฝีพระหัตถ์รูปหมู และลายพระหัตถ์ภาษาจีน 亥猪拱福 (ไห้จูก่ง) มาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโลสีแดง นำมาจำหน่ายเพื่อเป็นของขวัญให้คนไทยได้สวมใส่ฉลองเทศกาลตรุษจีน ให้เป็นเทศกาลแห่งความสุข สนุกสนาน มีโชค มีลาภ กันอย่างทั่วถึง นอกจากเสื้อโปโลสีแดงดังกล่าว ทางร้านภูฟ้ายังจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภาพฝีพระหัตถ์ อีกหลายชนิด จัดจำหน่ายผ่านร้านภูฟ้า รวมทั้งการจัดจำหน่ายออนไลน์ที่ www.phufa.org นอกจากนั้น ยังจัดจำหน่ายเป็นพิเศษในงานตรุษจีนเยาวราช บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ในวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์นี้

พระฉายาลักษณ์โดย_อาจารย์นิติกร กรัยวิเชียร

อีกแห่งหนึ่งน่าสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยว​ ขุนน้ำตาลขุนคลัง​  ขุนประชาธิปไตย


ตาลยอดด้วน

 “ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ชาวเมืองเพชร เกิดมีปัญหากับชาวสุพรรณ ทั้งสองฝ่ายต่างถกเถียงกันด้วยเรื่องต้นตาลโตนด ว่าของใครจะมีมากกว่ากัน ข้อพิพาทมีอยู่นานจนในที่สุดก็มายุติลงด้วยการนับ เงื่อนไงคือ เมืองที่มีมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ เมื่อถึงวันตัดสิน แต่ละเมืองก็ขึ้นไปบนที่สูงเพื่อนับยอดตาล ชาวเพชรขึ้นไปบนยอดเขาวัง (สำหรับชาวสุพรรณ ไม่ทราบว่าขึ้นเขาอะไร เพราะแหล่งข่าวไม่ได้บอกไว้)

      เมื่อเอาจำนวนมาเปรียบเทียบกัน ปรากฏว่าเมืองสุพรรณ มียอดตาล 99,999 ต้น แต่เมืองเพชรบุรี มี 100,000 ต้น ชนะกันเพียงต้นเดียว ชาวสุพรรณไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ท้าพิสูจน์กันใหม่ ในที่สุดก็พบความจริงว่า ต้นตาลต้นหนึ่งของเมืองสุพรรณเป็นตาลยอดด้วน เมื่อนับจากที่สูงจึงมองไม่เห็น ก็เป็นอันว่าต้นตาลของทั้งสองเมืองมีจำนวนเท่ากัน แต่ต้นตาลเมืองสุพรรณมียอดน้อยกว่าเมืองเพชรหนึ่งยอด นิทานเรื่องต้นตาลเมืองเพชรก็เป็นอันจบลงด้วยประการฉะนี้ ”

      จบเสียงเล่านิทานยอดนิยมที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าหลอกเด็กๆให้หัวเราะ เด็กหญิงLily ก็ปรบมือด้วยความสนุกสนาน จำได้ว่าสมัยที่ยังเด็ก เราไม่มีทีวี ไม่มีโรงหนัง ให้ดูเพื่อความบันเทิงเหมือนสมัยนี้ เด็กๆจึงมักจะจับกลุ่มวิ่งเล่นแถวลานบ้าน และนั่งฟังผู้ใหญ่เล่านิทานที่สวนใหญ่จะเกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวันเสียเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันนิทานเรื่องนี้ถูกลืมเลือนไปหมดแล้ว เพราะเมื่อถามผู้ที่มีอายุต่ำกว่าห้าสิบลงมา ก็ไม่มีใครจำได้

      ความที่เกิดที่เมืองเพชร ต้นตาลจึงเป็นพืชที่คุ้นเคย แม้จะถูกโค่นไปต้นแล้วต้นเล่า แต่ต้นตาลในความทรงจำ กับต้นตาลในสายตาที่เห็นทุกวันนี้ ก็ยังมีสภาพและจำนวนเท่าเดิม เพราะเมื่อมีต้นที่ถูกโค่นไป ต้นใหม่ก็จะขึ้นมาแทนที่ ด้วยกรรมวิธีทางธรรมชาติซึ่งเป็นลักษณะทางพันธุ์กรรมของเขาเอง จำนวนต้นตาลในนิทานที่เล่ามา เป็นเพียงจำนวนที่สมมุติขึ้นมา แต่ปัจจุบัน สำนักงานเกษตรกรรมจังหวัดเพชรบุรี ได้ทำการสำรวจและนับจำนวนต้นตาลทั้งหมดของจังหวัดเพชรบุรี พบว่าในปี 2548 เมืองเพชรบุรี มีต้นตาลทั้งสิ้น 440,535 ต้นด้วยกัน

      ผู้ที่เคยผ่านหรือเดินทางมาเพชรบุรี คงจะเห็นต้นตาลอยู่ทั่วไป และน่าแปลกที่มีมากในเขตเมืองเพชรจริงๆ เพราะเมื่อเลยออกไปจากเมืองเพชร ต้นตาลก็น้อยลงจนหายไป ( ไม่นับสุพรรณ และบางที่ในจังหวัดสงขลาที่มีเช่นกัน) ต้นไม้โบราญนี้เป็นต้นไม้ที่คนเมืองเพชรถือเป็นสมบัติและเป็นสัญญาลักษณ์ของเมือง ต้นตาลโตนด หรือที่เราเรียกสั้นๆว่า ต้นตาล เป็นต้นไม้ที่มากด้วยประโยชน์ เพราะสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนของต้น

ครูตุ้ย​ เศษโม้​ หรือ​ สาวหมอลำขายปลาตลาด
อ้อน​ /  พี่ของอ้อน/น้าเเหม่ม  นมป.ม10

    ผลการตรวจ :  ไม่โรเเมนติก  

เคลียด... เเต่งเพลงอัดไฟล์​mp3.. ใครว่างสร้างรับจ้างเขียนเพลงทั้งฉบับใหม่ให้หน่อย

มีคนคอยควบคุ้มบ้าๆบอๆ​ ชักเเต่เว้า​ มา4ปีเเล้ว..

เมื่อที่ผ่านนั้นมีเรื่องหลานสาวตายไปเเล้ว2คน​ ป้าอาจากไปรวดเดียว...ในเดือนเดียว​ มั่วสุมทั้งวันจับ​ คนเสือกไม่ได้้เพราะเป็น​ พวกขี้ข้าโรงเรียนนัดโทรป่วนจิตท่องจิตป่วน

เลยเอาศักดิ์ศรีแชมป์​ ศักดิ์ศรี​ศาล​ลิเก​ ไว้ก่อน

ได้เครื่องคอมใหม่เเล้ว... ราคา1หมื่่นบาท​
มันยังนัดยกพวกมาชักเว้า.. เช้าสายบ่ายเย็นดึกสว่างบอกเเล้วว่า.. 
บอกได้เลยว่ายังไม่ไปเที่ยว.. มันยังอีแอบอยู่เลย​...

สรุป.. ช่วยงานพี่ก่อน.. 

เห็นผลใบตรวจเป็นสันดาลมือถืออยากด่าพวกมันว่า​!! กูอยากสี้... เเต่พ่อเเม่กูบอกว่า.. นามสกุลจะผิดกู กลัวตายเพราะหลงรักน้อง... กับ.. บ้าเฟสบุคหรอกหวะ... 

ปล.เพื่อนๆดูยังมาถ่วงรู้จักเพื่อนใหม่​อีก เเค่เจ้าของเเอคเค้า.. เท่านั้นถึงให้ค้นอ่านได้.. 
พอผมค้นอ่าน​ จาก​ ใน​ search Facebook​

คำว่า​ ณ​ ป้อมเพชร​ เท่านั้น... ขึ้นคำว่า​#vonvon ใบตรวจสุขภาพจิต​ เเสดงผลอันเเรกเลย​.. 

จึงสรุปความว่า..5ปีมานี่​ มีเงินมั้ง..
  หรือไม่ก็เป็นบ้าทักษิน ยิ่งลักษณ์​ ชินวัตร

ความจริง​ พ่อไม่ได้ใช้ให้รู้จัก​ คง​ ร.9ม้าง

อยากเถียงว่า​ ถ้ากูโง่ถูกน้ารีดไถ่เสียเงินสมัคร​ อสม/.กม​ นมป/​ อ.เชียงยืน
หรือ​ อ.กมล​ เสียชื่อนามสกุลเป็น​ มั่ว​ ศข.ขก.Ch.Mcot เเละผวจ.ขก​ 

ก็ไม่รับผิดหรอก​!!! ทนไม่ไหว​ ถึงกับจนไปเลยเชียวหละ... สาธุๆๆเเล้วกัน​ นปช.พธม.

คราวหน้าค่อยทำ

#vonvon


///////////////////////////////////////////////////////////////
อยากไปเที่ยวสร้างน้ำใจพระยานาหมื่น


ป้อมเพชร กรุงเก่า นิวาสถานของตระกูลที่เกี่ยวกับการปกครองของไทย
++++++
บ้านของรัชกาลที่ 1และพระอนุชาอยู่กรุงเก่าบริเวณป้อมเพชร บรรพบุรุษของขุนนางตระกูล ณ ป้อมเพชร อยู่ในบริเวณเดียวกัน คือบริเวณป้อมเพชร พระนครศรีอยุธยา ลูกหลานของตระกูล ณ ป้อมเพชร ได้แต่งงานกับผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์พระยายมราช [ ปั้น  สุขุม ]และนายกรัฐมนตรีของไทย 3 ท่าน คือ นายปรีดี  พนมยงค์  พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร
ที่น่ามหัศจรรย์ อย่างหนึ่ง ภรรยาของคุณอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ก็เป็นเชื้อสายตระกูล  ณ ป้อมเพชร
+++++++++
ตำราจีนว่าโค้งน้ำ อุ้มแผ่นดิน ดีหนักหนา


ที่มา​ มหาวิทยาลัยกลางเมือง​ / คิดถึงอาวยุทธนา​ เคยสัญญาบอกครูในโรงเรียรขอนแก่นวิทยายนว่า.. ถ้าครอบครัวเเละเครือญาติยังรู้จักโรงเรียนหรือครูอาจารย์เเล้วยังเหลือญาติสอบได้​ ให้นำเสนอ​ ราชการช่วยนิพนธ์​ ขุน​ภักดี​หน่อย​ เดี่ยวสั่งมาทั้ง​ Section saxophone​ เเละนายอำเภอเมืองขอนแก่นรู้จัก​ มี​ หมออาคม​ พี่โจ  พี่โดม​ พี่เป็ด​ พี่ชาย​น้องสาว​ อีกเยอะ​ เลยตามงานมาบอกต่อ.. 

  Leisure เวลาว่างผม​ Facebook​ผม​ ชอบพี่ทำประกันชีวิตมากครับพี่​ 

นามสกุล ณ ป้อมเพชร
เป็นภริยานายกฯ 3 คน
     ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์  ภริยา นายปรีดี พนมยงค์ ผู้นำคณะราษฎร
     คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ภริยา นายทักษิณ ชินวัตร 
     ดร.พิมพ์เพ็ญ ภริยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

ท่านผู้หญิงพูนศุข  ธิดา มหาอำมาตย์ตรี พระยาชัยวิชิตวิศิษฎ์ธรรมธาดา (ขำ ณ ป้อมเพชร) 

คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร  มารดาคุณหญิงพจมานนั้น จะอยู่ในสายข้างแม่ ของพระสมุทร คือสาย “นางทอกาวเลอ” โดย  พ.ต.อ.พร้อม  ซึ่งเป็นบิดาของนางพจนีย์  ได้ไปขออนุญาตใช้นามสกุล “ณ ป้อมเพชร์” จากญาติพี่น้องอันเป็นผู้สืบสกุล ณ ป้อมเพชร์ “สายตรง” ของพระสมุทรฯ  

ดร.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ  มีศักดิ์เป็นหลานยายของนางอัมพา สุวรรณศร  น้องสาวของท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์   
      
     นามสกุลป้อมเพชร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ  พระราชทานแก่พระสมุทรบุรานุรักษ์  ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา ว่าด้วยการพระราชทานนามสกุล ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 เป็นอันดับที่ 150 เขียนเป็นอักษรโรมันว่า na Pombejra พระองค์ทรงปรารภว่า บรรพบุรุษของพระสมุทรฯ เป็นคนในบ้านสมเด็จพระปฐมฯ (พระราชบิดารัชกาลที่ 1) ตั้งบ้านอยู่บริเวณป้อมเพชร์ รัชกาลที่ 1 ได้ทรงอุทิศที่บ้านส่วนใหญ่ สร้างเป็นวัดสุวรรณดาราราม ที่เหลืออยู่ให้ข้าหลวงเดิม ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ บริเวณป้อมเพชร์ต่อ ๆ กันมา

     พระสมุทรฯ  ต้นบรรพบุรุษฝ่ายชาย เป็นชาวจีนชื่อ “นายเหลี่ยน แซ่อึ๋ง” ฝ่ายหญิง เป็นมอญชื่อ นางทอกาวเลอ
#Mermaid#เมย์แบงก์​ เฟสบุค

วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562

จดหมายขอขมาท่านนายกรัฐมนตรีจากคณะกรรมศาลกลางเมือง ปรีดี พนมยงค์ เเละนายควง อภัยวงศ์




เขาว่าปรีดีฆ่าในหลวงร.8(โปรดใช้วิจารณญาน)
ณ วันนี้ก็ครบ 73ปีที่ในหลวงรัชกาลที่8
อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
ได้จากไปพร้อมทิ้งปริศนาลึกลับซับซ้อนที่สุดในโลกเอาไว้
การสวรรคตของพระองค์นั้น ได้มีกลุ่มคนนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำลายรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ เพื่อสร้างอำนาจและความชอบธรรมให้กลุ่มของตน
วันนี้เรามาย้อนเวลา กลับไปคิดทบทวน เรื่องราวเรื่องนี้กัน
16ส.ค.2488 เสร็จสงครามโลกครั้งที่2
6ก.ย.2488 ปรีดีโทรเลขเชิญร.8กลับประเทศ

14ก.ย.2488 ร.8บอกว่ายังเรียนไม่จบ
แต่จะกลับมาเยี่ยมสักระยะแล้วจะกลับไปเรียนต่อ
5 ธ.ค.2488 เสด็จถึงเมืองไทย
ปรีดีลาออกจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ถวายพระราชบัลลังก์คืนให้กษัตริย์
หลังจากที่ช่วยปกป้องรักษามาเป็นเวลากว่า4ปี
8ธ.ค.2488 ร.8แต่งตั้งปรีดีเป็นรัฐบุรุษอาวุโส
ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุด ที่ปรีดีได้รับ
เป็นการตอบแทนความซื่อสัตย์เสียสละ
จงรักภักดีทำงานรับใช้ชาติอย่างดีเยี่ยม
25ม.ค.2489 มีการประชุมเพื่อเลือกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ที่ประชุมสภามีมติเลือกนายปรีดีพนมยงค์ แต่ปรีดี "ปฏิเสธ"
ที่ประชุมจึงให้ นายควง อภัยวงศ์เป็น
(รัฐสภาไทยในรอบ42ปี (2475-2517)หน้า498)
18มี.ค.2489นายควงลาออก
19มี.ค.2489สภามีมติให้นายปรีดีเป็นนายก
โดยในหนังสือแจ้งมาเป็นเชิงขอร้องว่า
"ในภาวะคับขับและสถานการณ์เช่นนี้
ซึ่งต้องมีการเจรจากับพันธมิตรในปัญหาต่างๆ
ผู้ดำรงตำแหน่งควรจะเป็นนายปรีดี"
ท่านจึงรับแต่บอกว่าจะอยู่เพียงระยะสั้นๆ
9พ.ค. 2489 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
(ปรีดีตั้งใจผลักดันมากโดยเนื้อหาเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด)
3มิ.ย2489 ปรีดี ลาออกจากนายก
เพราะ ตั้งใจไว้แต่แรก หมดภารกิจ
รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดถูกประกาศใช้แล้ว
7มิ.ย.2489 ประชุมสภามีมติให้ปรีดีเป็นนายกอีก
โดยสภากราบทูลร.8
ร.8จึง เรียกเข้าไปพบ ปรีดีแจ้งว่า
"ไม่ปรารถนาที่จะรับตำแหน่ง
เพราะเท่าที่โปรดเกล้าเป็นรัฐบุรุษอาวุโสนั้น
ก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณอยู่แล้ว "
ร.8มีพระกระแสรับสั่งว่า
"ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้
ขอให้ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปก่อน"
8ม.ย.2489 แต่งตั้งปรีดีเป็นนายกอีกครั้ง
9มิ.ย.2489 ร.8สวรรคต สภามีมติให้ให้ร.9ขึ้นครองราชย์
ปรีดีก็ได้ลาออก โดยเขียนในใบลาออกว่า
ร.8เป็นคนแต่งตั้งตน เมื่อร.8สวรรคตตน
ก็ขอลาออกและไม่ประสงค์รับตำแหน่งอีก
10มิ.ย.2489 สภามีมติเลือกปรีดีเป็นนายกรอบที่3
เพราะเหตุผลว่าบ้านเมืองอยู่ในภาวะคับขัน
ไม่มีใครเหมาะกว่าปรีดีอีกแล้ว
ร.9ลงพระปรมาภิไธย รับรอง
(สามารถสืบค้นได้จาก รัฐสภาไทยในรอบ42ปี)
ที่ไล่ระยะเวลาก่อนสวรรคตให้ทราบนี้ก็จะชี้ให้เห็นว่า
ปรีดีเองได้มาถึงจุดสูงสุดทางการเมือง
ไม่ปราถนาที่จะมีอำนาจอะไรอีก
เพราะกังวลสุดท้ายก็ลุล่วงนั้นคือ
รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ถูกประกาศใช้แล้ว
แต่ถูกขอร้องจากรัฐสภาและตัวร.8เอง
ตามความเหมาะสมนั้นคือ
ผู้ที่เป็นรัฐบุรุษอาวุโสคือเกียรติสูงสุด
ก็ไม่ควร "ลดตัว" ลงมาเป็นนายก
แต่ท่านก็เห็นแก่บ้านเมืองจึงยอมรับมา
นี่คือเหตุผลแรกที่ บอกได้ว่า ปรีดีไม่มี
"แรงจูงใจ" ด้านความมักใหญ่ใฝ่สูง บ้าอำนาจ
อยากเป็นใหญ่เป็นโตอะไร
จนเป็นสาเหตุในการที่จะปลงพระชนม์
ไทมไลน์เหตุการณ์สวรรคตนั้น
คุณกังวาฬ  พุทธิวนิช ได้ทำไว้อย่างละเอียด
มากแล้วจึงเชิญผู้ที่สนใจ ศึกษาได้จากลิงค์ด้านล่างนี้
ผลสรุปของคุณกังวาฬ คือ เกิดจากอุบัติเหตุ ด้วยพระองค์เอง
ส่วนใครจะมีความเห็นอย่างไรนั้น
ลองใช้วิจารณญานกันเอาเองนะครับ
โปรด้านนี้อีกคนคือ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
มีความเห็นว่า เกิดจากผู้อื่น โดยอุบัติเหตุ
แต่ผมจะนำเสนอในประเด็นที่ พาดพึงถึงปรีดี
เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้กระจ่าง
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1922184797861515&id=100002100414306
ประการแรก "ปรีดีไม่เคยตกเป็นจำเลยของคดีนี้" 
สาเหตุที่ต้องหลบหนีเพราะในคืนวันที่7ย่างเข้าวันที่8พ.ย.2490
ได้มีทหารนำกำลังมายิงถล่มทำเนียบท่าช้าง
บ้านพักของปรีดีและครอบครัวเพื่อสังหารปรีดี
โดยไม่สนใจว่า ในบ้านมีเด็กและผู้หญิงอยู่ด้วย
ปรีดีหนีรอดอย่างหวุดหวิด   หากไม่หนีก็คงถูก "ฆ่า"ตายไปแล้ว  
เมื่อปรีดีหนีไปที่จีน  แต่คนสนิทผู้อารักขา
ยังอยู่ที่สิงคโปร์คือ ร้อยตำรวจเอกเฉียบ  ชัยสงค์
และสิบตำรวจโท ชม แสงเงิน
รัฐบาลเผด็จการได้ดำเนินการให้รัฐบาลอังกฤษในสิงคโปร์
ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมายังกรุงเทพ
โดยมอบหลักฐานต่างๆให้ทางศาลอังกฤษพิจารณา
ศาลอังกฤษพิจารณาตามหลักฐานแล้ว กล่าวว่า
"Nothing so discharge these two person"
ประมาณว่า  "ไม่มีสาระอะไรเลย" จึงปล่อยคนทั้งสองไป
ถือเป็นการกระทำที่ตอกหน้ารัฐบาลเผด็จการจนหน้าแหก!!!
ต่อมารัฐบาลเผด็จการออกหมายจับปรีดีและเรือเอกวัชรชัย
ขณะนั้นยังอยู่ที่ฮ่องกง ทางรัฐบาลไทยก็ทราบ
แต่ไม่กล้าให้ทางฮ่องกงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเพราะ
ไม่อยากโดนแฉ ว่าสร้างหลักฐานเท็จ กลัวหน้าแหกกลับมาอีกครั้ง!!!
ประการที่2 การสร้างข่าวลือ
เริ่มจากวันที่9มิ.ย.2489เวลาประมาณ 13.00น.
(ในหลวงสวรรคต9.30น.)ได้มีโทรศัพท์
ลึกลับ โทรไปแจ้งยังนายทหารชั้นผู้ใหญ่ว่า
ในหลวงถูกปลงพระชนม์
รัฐบาลจะแถลงยังไงอย่าไปเชื่อ!!
วันที่11มิ.ย.2489 มีเจ้าองค์นึงไปยังสถานทูตอังกฤษ
โฆษณาจูงใจท่านทูตอังกฤษว่า ปรีดีจะสถาปนาสาธารณรัฐ
จึงลอบปลงพระชนม์แต่ท่านทูตอังกฤษไม่เชื่อ
และทำรายงานไปยังรัฐบาลอังกฤษในวันรุ่งขึ้น
เมื่อผ่านมา30ปี รัฐบาลอังกฤษจึงได้เปิดเผยเอกสารชิ้นนี้
ให้สาธารณชนได้รับทราบ
มีการให้คนไปตะโกนในโรงภาพยนต์เฉลิมกรุง
"ปรีดีฆ่าในหลวง" ต่อมาสืบได้ว่าเป็นฝีมือของนาย
เลียง ไชยกาล ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 
เมื่อออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว
ได้เขียนจดหมายมาขอขมาปรีดีในเรื่องนี้
หลังสวรรคตได้13วันพรรคประชาธิปัตย์ได้ประชุมพรรค
เพื่อชี้แจงกรณีสวรรคตให้นำไปบอกกล่าวประชาชน
โดยนายประเสิรฐ ทรัพย์สุนทร ส.ส.สุราษฎร์ธานี
หนึ่งในผู้เข้าร่วมประชุม ได้เล่าว่า "ท่านปรีดี
เป็นผู้วางแผนปลงพระชนม์ เพราะต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ
เป็นแบบสาธารณรัฐและมีความเห็นขัดแย้งกับในหลวง
เรื่องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ " 
เรื่องนี้เป็นการสร้างข่าวเท็จเพื่อผลทางการเมืองที่ชัดเจน
เพราะการเปลี่ยนองค์พระมหากษัตริย์
ไม่สามารถเปลี่ยนระบอบได้ มีแต่คนปัญญาอ่อนเท่านั้นที่คิดได้!!
เมื่อปรีดีลี้ภัยแล้วมีการเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์
และเขียนหนังสือที่กล่าวว่าปรีดีเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง 
ก็ถูกฟ้องจนแพ้หมดทุกคน
ข้อกล่าวหาที่ว่านายเฉลียว1ในจำเลย
เป็นคนสนิทของปรีดีร่วมกันวางแผนปลงพระชนม์
นั้นเป็น "ความเท็จ"
โดยนายเฉลียวเป็นอดีตราชเลขานุการ
คือเป็นอดีตเลขาของร.8 
จริงอยู่ที่นานเฉลียวเป็น1ในคณะราษฎร
แต่เป็นคนที่นายควงชักชวนเข้ามา
โดยทำงานที่กรมไปรษณีย์ด้วยกัน
มีความสนิทสนมกันมาแต่เดิม คนทำงานด้วยกัน
ชวนกันมาก่อการปฏิวัติย่อมมีความสนิทกับนายควง
มากกว่าปรีดีอย่างแน่นอน
ปรีดีเองไม่เคยรู้จักนายเฉลียวมาก่อน
ไม่เคยพบปะกันมาก่อนจนถึงเช้าวันที่24มิ.ย.2475 
และการที่นายเฉลียวได้เข้ามาทำงานในวังนั้น
อยู่ในสมัยพระยาพหลเป็นนายกรัฐมนตรี 
ปรีดีเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ไม่มีอำนาจในด้านนี้
พระยาพหลเป็นคนเสนอชื่อให้
ผู้สำเร็จราชการลงนามเมื่อปี 2480
ไม่ใช่ปรีดีดังคำกล่าวหาไม่
ต่อมาเมื่อปรีดีเป็นผู้สำเร็จราชการ
นายควง นายกรัฐมนตรีก็เป็นคนเสนอชื่อ
ให้นายเฉลียวเป็นเป็นราชเลขานุการ ในเดือน ส.ค.2487
ก่อนร.8จะกลับมาอีก 1ปี4เดือน
เพราะด้วยความสนิทกันมาแต่เดิม
ข้อกล่าวหาที่ว่านายเฉลียวเอารถในหลวงมาให้ปรีดีใช้นั้น
ก็ไม่เป็นความจริง โดยก่อนหน้านี้นั้นทรงให้ปรีดีตามเสด็จ
ไปหัวหินด้วยกันและก็กลับพร้อมกัน แต่นายระวิให้การเป็นพยานว่า
ตอนไปหัวหินนั้นรถยังอยู่แต่พอกลับมารถเชฟโรเลตนั้น
ไม่อยู่เสียแล้วนายเฉลียวเอาไปให้ปรีดีใช้ 
จะเอาไปให้ปรีดีใช้ได้อย่างไรในเมื่อปรีดีอยู่กับในหลวงตลอด
และที่บ้านปรีดีก็มีรถอยู่แล้ว
แต่มีพระราชกระแสจากในหลวงร.9
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2493 ว่า
"เมื่อสมเด็จพระราชนนีทรงเรียกใช้รถไม่ได้นั้น
จะเกิดก่อนหรือเกิดหลังกลับจากหัวหินจำไม่ได้
"ได้ยินเขาพูดกันว่า"  นายปรีดีเอาไปใช้
โดยให้นายเฉลียวส่งไปให้" 
ทั้งนี้ในหลวงมิได้ทรงยืนยัน
โดยใช้พระดำรัสว่า "ได้ยินเขาพูดกัน"
ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่ารถหายนั้น ปรากฎว่า
ได้เคยมีมาก่อนที่ปรีดีจะเข้ามาเป็นผู้สำเร็จราชการ
โดยบุคคลที่ทำงานในวัง ติดต่อกับโจรนำรถ
ไปขายเป็นทอดๆจนถึงพระตะบอง
ผู้ใส่ร้ายกล่าวหาว่า
เพราะร.8ต้องการมาเล่นการเมือง
แล้วทำให้ปรีดีไม่พอใจนั้น คือ  "คำโกหก"
เพราะร.8ก็ต้องการไปเรียนต่อ
มีกำหนดเดินทางวันที่ 13มิ.ย.2489
แต่หากเป็นเรื่องจริง ก็ไม่ได้ส่งผลเสียอะไรกับปรีดีเลย
เพราะปรีดีก็ไม่ได้มีความต้องการอยู่แล้ว
ข่าวนี้เกิดจากพรรคการเมืองกากเดนศักดินาที่เจ็บแค้น
และไม่สามารถเอาชนะปรีดีได้ทางสภา เป็นผู้ กุ ขึ้น
ข้อกล่าวหาที่ว่า
ปรีดีกับพวกวางแผนลอบปลงพระชนม์กัน
ที่บ้านพระยาศรยุทธเสนี โดยนายตี๋ ศรีสุวรรณให้การ
ภายหลังนายตี๋ได้ออกมายอมรับ
โดยเขียนจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมประทับรอยนิ้วมือ
ว่าโดนจ้างวานให้เป็นพยานเท็จใส่ร้ายปรีดีและจำเลย
และพระยาศรยุทธเองภายหลังหมดยุคอำนาจเผด็จการ
ก็เขียนจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรเช่นกันว่า
ที่ทำไปเพราะโดนข่มขู่ เกรงจะมีภัย
จึงให้การไปตามที่พระพินิจชนคดีต้องการ
ลองคิดกันดูนะครับ ผู้ที่สอบสวนคดี(ฝ่ายตรงข้ามปรีดี)
พุ่งเป้าที่จะทำลายปรีดี ได้สร้างพยานเท็จมากมาย
ซึ่งเป็นเพียงพยานแวดล้อมไม่มีหลักฐานอะไรเลย
เจตนาร้ายชัดเจน
ผู้ที่เชื่อว่าปรีดีวางแผนฆ่าในหลวงนั้น ควรพิจารณาให้ถ่องแท้
ข้อสงสัยบางประการกรณีสวรรคต
ในวันเกิดเหตุสิ่งที่น่าขบคิดคือเมื่อหมอนิตย์
(หมอหลวง)มาตรวจ ก็บอกพระชนนีว่า "ว่าหมดหวัง "
พระชนนีรับสั่งให้ "ทำเสียให้สะอาด" 
มีการทำความสะอาด แผลเย็บแผล เปลี่ยนผ้าปู ผ้า หมอน
ที่นอน ชุดนอนทุกอย่างใหม่หมด
เข้าใจว่า ทุกคนคิดว่าเป็นเพราะอุบัติเหตุ
ตามที่นายชิต(มหาดเล็ก)กราบทูล
พระชนนีหลังเสียงปืนดังขึ้นว่า "ในหลวงทรงยิงพระองค์"
และนายชิตยังทำท่าประกอบ แต่วันรุ่งขึ้นจึงทราบว่า
นายชิตไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง ด้วยเหตุผลนี้
จึงไม่มีใครคิดว่าจะต้องชันสูตรอะไรและ
ต้องรีบทำความสะอาดเพื่อจะทำพิธีรดน้ำพระศพในช่วงบ่าย 
เมื่อปรีดีและรมต.มหาดไทย (หลวงเชวงศักดิ์สงคราม)
อธิบดีกรม (ตำรวจพลต.ท.พระรามอินทรา)
มาถึงจะทำการตรวจพระบรมศพแต่
กรมขุนชัยนาท ห้ามไว้ อธิบดีกรมตำรวจหันมามองปรีดี 
ปรีดีก็นิ่งไม่กล้าขัดประการใด
ทั้งที่จริงแล้วจะต้องมีการตรวจสภาพศพตามกระบวนการ
ข้อสังเกตุ
การทำความสะอาดเสื้อผ้า ผ้าห่ม ผ้าปูทั้งหมดนั้น
ทั้งที่เหตุการณ์กำลังวุ่นวาย แต่ทำไม พนักงานทำความสะอาดซึ่งคงมีงานประจำของตัวอยู่แล้ว
กลับรีบทำความสะอาด หากเป็นเหตุปกติ ค่อยทำทีหลังยังได้  มีเหตุจำเป็นอะไรต้องรีบทำ???
หมอน ทำไมต้องเอาไปฝัง ทำไมไม่ทิ้งเฉยๆ หรือปกติการกำจัดขยะ กำจัดด้วยการฝัง แล้วทำไมต้องรีบฝัง???
ข้อสังเกตุเรื่องปืนและกระสุน
ศาลเชื่อว่า ปืนที่พบในที่เกิดเหตุนั้น ไม่ใช่ปืนที่ใช้ในการปลงพระชน เพราะมีการตรวจพบว่าปืนนี้ได้ใช้ยิงมาก่อนวันสวรรคต4วัน วิธีการตรวจคือการวัดค่าสารไนไตรท์ ถ้ามีมากเพิ่งยิง มีน้อยยิงนานแล้ว โดยวิธีการนี้ไม่ได้รับการยอมรับแล้วในปัจจุบันเพราะไม่สามารถวัดได้แน่นอน โดยหน่วยงานที่ทำการพิสูจน์คือกรมวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็ไม่เคยทำมาก่อนเลยสักครั้ง
ความจริงเรื่องนี้หากคิดสักนิดจะง่ายมาก
นำปืนสัก10กระบอกยิงในเวลาที่ต่างกัน แล้วส่งให้ตรวจดู โดยไม่บอกว่ากระบอกไหนเวลายิงเมื่อไหร่ หากผลการตรวจออกมาถูกต้องก็เป็นที่น่าเชื่อถือได้ แต่ไม่มีการทำ!!
ส่วนกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุ ศาลเชื่อว่า ไม่ใช่กระสุนที่ปลงพระชนม์ ไม่พบรอยบู้บี้ของกระสุน
หากศาลเชื่อเช่นนี้ ก็แสดงว่า เมื่อผู้ร้ายยิงเสร็จ
ต้องมาเขี่ยเอากระสุนที่ยิงออก แล้วเอากระสุนที่เตรียมมายัดลงไปที่รูกระสุนเดิมที่ฝังอยู่ในที่นอน
แล้วเอาปลอกกระสุนที่เตรียมไว้ วางไว้ที่เกิดเหตุ
ซึ่งปลอกกระสุนนี้ ต้องเป็นของปืนของในหลวงด้วย แล้วคนร้ายก็ต้องเอาปืนที่พบในที่เกิดเหตุมาวางไว้ใกล้ๆ ทำว่าในหลวงปลงพระชนม์ตนเอง
ดูๆแล้วแปลกๆมั้ยครับ แสดงว่าคนร้ายใจเย็นและมีเวลามากนะถึงทำอย่างนั้นได้
สุดท้ายศาลก็ไม่สามารถระบุได้ว่า "ใครคือผู้ที่ยิง"
ตัดสินจากพยานแวดล้อม หากเป็นในปัจจุบันนี้เชื่อว่าด้วยเทคโลโนยี อาจทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้นมาก และหากนำคดีนี้ไปตัดสินที่ศาลอื่นบนโลก ก็เชื่อว่า ผลลัพธ์คงไม่เป็นดังที่เกิดขึ้น
หากผู้ที่มีใจเป็นธรรมทั้งหลายพิจารณาดูตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎเป็นหลักฐานก็จะค้นพบ "สัจจะ" คำครหานินทา นิยายการเมือง หากการเชื่อคำกล่าวที่ปราศจากหลักฐานนี้ ก็ย่อมตัองให้ความยุติธรรมข่าวลืออีกด้านนึงด้วย ดังนั้น เรื่องนี้ไม่สามารถเชื่อมั่วๆได้
รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ หากท่านเป็นคนเลวเป็นผู้ที่มีมลทินแล้วไซ้ร ทำไมองค์การยูเนสโกจึงให้ท่านเป็นบุคลสำคัญของโลก ซึ่งถูกเสนอในยุคพลเอกชวลิต ยงใจยุทธเป็นนายก
แล้วเสร็จในสมัยนายกชวน หลีกภัย
"ผู้ที่เกลียดปรีดี คือผู้ที่ไม่รู้จักปรีดี"
ต.ติน ศรีนิล
https://www.facebook.com/%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A5-350256375513145/
ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก
คำตัดสินใหม่กรณีสวรรคต
50ปีทูลกระหม่อมแก้วจากพสกนิกรไปแล้ว
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต
กรณีสวรรคต9มิ.ย.2489
บันทึกการสอบสวนกรณีสวรรคตร.8
คำพิพากษาศาลอุทรณ์ศาบฎีกาคดีประทุษร้ายต่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
ปรีดีพนมยงค์ตามทัศนะส.ศิวลักษณ์
(โหลดฟรีPDF)
ที่มา : เกร็ดประวัติศาสตร์
https://www.facebook.com/726502237386172/posts/1877083665661351/


วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562

ตำรวจรังเเกห้ามเเจ้งความูกเเก็งวินัยหมู่บ้านหลอกวางยาเเล้วทำร้ายหลังเหตุการณ์ 3ปีที่เเล้ว ป้าผมมะลิวรรณ ที่ขอนแก่น ตายรักษามาตราฐานเรียน รับปริญญา 5 กันยายน ก่อตั้งมหาวิทยาลัย เพราะครูบ้านนอก รร.บ้านหนองเดิ่น รร.บ้านหนองซอน รร.บ้านหนองฯลฯ ร้อเรียนเอาหน้ามั่วสุม5ปีเต็ม คำพูดผมได้ยินที่ตึกผู้ป่วย คาดว่า ตำรวจบ้านโจด กับ ผญบ.(อำเภอภาค2 คือเมืองขอนแก่น18km จากบ้านที่อ.เชียงยืน )



เพลง นกจาก ไทยเดิมขับร้องดนตรีประกอบตะวันตก


ปีที่แล้ว ใครอ่านหนังสือไม่จบเล่ม หรือแทบไม่ได้อ่านหนังสือเลยบ้าง?
ผลการสำรวจในช่วงปีที่ผ่านมาบอกว่า ผู้ใหญ่กว่า 26 เปอร์เซ็นต์ในสหรัฐอเมริกาไม่ได้อ่านหนังสือเลย ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยจาก Pew Research Center
ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของคนกลุ่มนี้ เราจะขอยกข้อดีของ “การอ่าน” ที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าเป็นจริง เผื่อว่าในปี 2019 นี้จะได้เริ่มต้นใหม่และลองหยิบหนังสือสักเล่มสองเล่มมาอ่านให้จบ
1. การอ่าน “นวนิยาย” ช่วยเปิดมุมมองทางความคิดของคุณและมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
ตามการวิจัยของมหาวิทยาลัยโตรอนโต ผู้เข้าร่วมการทดลองที่มีประสบการณ์ในการอ่านเรื่องสั้นจะมีทัศนคติที่ “ต้องการคำตอบตายตัว/ปลายปิด” น้อยกว่า เมื่อเทียบกับผู้เข้าร่วมการทดลองที่อ่านบทความหรือสารคดี โดยพื้นฐานคือคนที่มีประสบการณ์ด้านการอ่านนวนิยาย/เรื่องสั้นจะมีความคิดที่เปิดกว้างกว่า และแม้การอ่านบทความหรือสารคดีจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาวิชาที่เกี่ยวข้องมากขึ้น แต่อาจไม่ได้ช่วยให้พวกเขาคิดต่อยอดได้เสมอไป เหมือนแพทย์ที่มีเอนไซโคลปีเดียที่รวบรวมเนื้อหาในวิชาชีพไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคู่มือนั้นจะช่วยให้แพทย์ระบุสาเหตุของโรคได้เมื่ออาการแวดล้อมของโรคบ่งชี้ไปทางอื่น
2. คนที่อ่านหนังสือมีอายุยืนกว่าคนที่ไม่อ่าน
ข้อนี้สอดคล้องกับการวิจัยของมหาวิทยาลัย Yale ที่มีผู้เข้าร่วมทดสอบ 3,635 คนที่มีอายุ 50 ปี และพบว่าผู้ที่อ่านหนังสือวันละ 30 นาทีจะมีอายุยืนกว่าผู้ที่ไม่อ่านหรืออ่านเฉพาะนิตยสารประมาณ 23 เดือน ทั้งนี้เพราะการอ่านหนังสือจะช่วยสร้างความเชื่อมโยงในด้านการรับรู้หลายด้านทั้งเรื่องคำศัพท์ ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการตั้งสมาธิจดจ่อ นอกจากนี้ยังมีผลต่อการพัฒนาความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ การรับรู้และเข้าใจการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยทางอ้อมที่ช่วยให้เรามีชีวิตอยู่ยืนยาวขึ้น
3. การอ่านหนังสือ 50 เล่มต่อปีเป็นสิ่งที่คุณทำได้จริง และส่งผลดีต่อการนอนหลับ
ถ้าบอกว่าจะอ่านหนึ่งเล่มต่อสัปดาห์อาจฟังดูมากไป โดยเฉพาะกับคนที่ตารางชีวิตไม่ค่อยว่าง แต่มีตัวอย่างของคนที่พยายามกำหนดเป้าหมาย 50 เล่มต่อปีด้วยการ “แบ่งเวลาที่เสียไปกับสมาร์ตโฟน” มาพลิกหน้ากระดาษอยู่บนเตียง ระหว่างการเดินทาง หรือระหว่างรอคอยอะไรบางอย่าง สองเดือนถัดจากนั้น ผู้ที่ทดลองอ่านหนังสือยามว่างแทนการเล่นสมาร์ตโฟนเปิดเผยว่า พวกเขารู้สึกสงบมากขึ้น มีความพึงพอใจในชีวิต และนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. ผู้ที่จะพบความสำเร็จทุกคนเป็นนักอ่าน
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าคุณสมบัติข้อหนึ่งของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคือการเป็นคนที่ใฝ่รู้และใส่ใจการพัฒนาตนเอง มีนักบริหารหรือคนที่มีชื่อเสียงระดับโลกคนไหนบ้างที่ไม่ค่อยอ่านหนังสือเเล้วคุณจะรออะไรล่ะ? ลองเริ่มต้นวันนี้ก็ยังไม่สายนะ!
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
- Inc. “Why Reading Books Should Be Your Priority, According

ปล.กรุณาด้วยจิตท่องเฟสบุค  จากนโยบายประชานิยมของบริษัทอินเตอร์เน็ตไทยแลนด์ที่ลงทุนร่วมกันระหว่าง TOT กับ Cat Telecomทำให้เราเดือดร้อนท้อง Facebook ตัวเองมาจากกรุงเทพฯ
  ส่วนใหญ่ครูโรงเรียนพวกนี้ดูอินเตอร์เน็ตอ้างว่าสอนเด็กนักเรียนผมเคยดูไอทีวีวันนั้นของคุณทักษิณชินวัตรสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีเคยบอกว่าในประเทศบราซิลนักเรียนมากกว่าครึ่งหนึ่งของรัฐรีโอเดจาเนโรเป็นคนขอทานไม่ไปโรงเรียนรัฐบาลจึงมีนโยบายให้นักเรียนเรียนหนังสืออยู่บ้านโดยแจกแท็บเล็ตไว้ที่บ้านเนื่องจากรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเดิมหรือละเพื่อไทยเดิมก็เป็นพรรคการเมืองที่เกิดจากนายทุนด้านการสื่อสารดังนั้นวิธีการแจกแท็บเล็ตก็คล้ายกันกับโรงเรียนในประเทศอเมริกาใต้


วันนี้​ 27  ม.ค​ 62  หลังการตายไป5เดือน

เฟลบุค  อภิรักษ์​ สภาโจ้ค  ก็​เชื่อมาตามนั้นนะ

เหตุที่ตายเเละยังขอดูงานเวรเบียร  รพศ.ขก​ ตึก2 ป่วยหญิง​ งานศัลยกรรม2 หัวใจ​ หลอดเลือด​
  เพื่อนคุณอภิรักษ์บอกดังนี้นะครั​บ

  ##เส้นเลือดสมอง

 จะตีบหรือแตก
มักจะเกิดบริเวณ..นี้

นอนๆอยู่
เส้นเลือดในสมองแตก,ลูกๆไม่รู้วิธีปฐมพยาบาลทำให้ขณะนี้อาการอยู่ในขั้นวิกฤติจึงอยากแชร์....

วิธีการ ‘ปล่อยเลือด’ ช่วยชีวิตจาก ‘โรคหลอดเลือดในสมองแตกฉับพลัน’
(ท่านผู้ที่ดูแลพ่อแม่ควรรู้ไว้) จำให้แม่น ๆ เอาไว้ช่วยชีวิตคนได้ประโยช

แพทย์อาวุโสแผนโบราณของไต้หวัน ได้ถ่ายทอดวิธีการช่วยชีวิตจาก โรคหลอดเลือดในสมองแตกฉับพลัน ซึ่งลูกกตัญญูหลายท่านเสียใจว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาสได้อ่านเรื่องนี้..
เมื่อเส้นเลือดฝอยที่อยู่ในสมองแตก เลือดจะไหลซึมออกมาอย่างช้า ๆ เมื่อพบกับสถานการณ์อย่างนี้ ขอให้ตั้งสติ ไม่ว่าช่วงจังหวะที่เกิดเหตุนั้นอยู่ ณ ที่ใด (ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องนอน หรือ ห้องนั่งเล่น) ขออย่าได้มีการเคลื่อนย้าย ผู้ป่วยเป็นอันขาด เพราะถ้ามีการเคลื่อนย้าย จะเป็นตัวช่วยเร่งรอยแตกของเส้นเลือดฝอยให้มากขึ้น
สิ่งแรกที่ควรทำคือ ประคองผู้ป่วยให้เอนนั่งตัวตรงมั่นคงก่อน ระวังอย่าให้ล้มเอนลงอีก
เคล็ดลับการปฐมพยาบาล (ปล่อยเลือด)..
ถ้าหากในบ้านมีเข็มฉีดยาอยู่ จะเป็นการดีที่สุด หากไม่มี ใช้เข็มเย็บผ้าก็ได้ แทงเข้าไปที่ปลายนิ้วมือ ทั้ง 10 ของผู้ป่วย

(ไม่กำหนดจุดที่แน่นอน แค่ให้ห่างจากปลายเล็บนิ้วพอประมาณ)
แทงให้มีเลือดไหลออกมา

(ถ้าเลือดไม่ไหลออกมา ให้ใช้มือช่วยบีบได้) นิ้วละ 1 หยด ประมาณไม่กี่นาทีต่อมา ผู้ป่วยจะฟื้นตื่นขึ้นมา
ถ้ามีอาการปากเบี้ยว ให้ดึงหูทั้ง 2 ข้างของผู้ป่วยจนหูแดง ให้แทงที่ด้านล่างของใบหูทั้งสองข้าง ๆ ละ 2 ครั้ง (ติ่งหู) จนมีเลือดไหลออกมา เพียงไม่กี่นาทีปากก็จะกลับฟื้นคืนสภาพเดิมได้

และให้รอจนกระทั่งผู้ป่วยฟื้นคืนสภาพกลับมาเป็นปกติ โดยไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่ผิดปกติแล้ว จึงค่อยนำส่งต่อไปหาแพทย์
ถ้าหากรีบร้อนอุ้มขี้นรถพยาบาลไปหาแพทย์ทันที เกรงว่าในระหว่างทางจะเกิดอาการช็อคขึ้นมาก่อนไปถึงโรงพยาบาล เส้นเลือดฝอยในสมองของเขาอาจแตกเพิ่มจนเกือบหมด ในกรณีที่โชคดีไม่ถึงตาย ก็อาจกลายเป็นอัมพฤกษ์ หรือ อัมพาตก็ได้

ถ้าหากว่า พวกเราสามารถจดจำวิธีการนี้ จะสามารถช่วยเหลือได้ทันที ในช่วงระยะเวลาที่สั้น ๆ นี้ สามารถทำให้ฟื้นคืนจากความตายได้ อีกทั้งยังช่วยให้รักษาที่โรงพยาบาลหลังจากนั้น จะมีความสมบูรณ์หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
หากคิดว่าเป็นประโยชน์ให้ช่วยส่งต่อ คุณพ่อแม่ของพวกเราอยู่ในวัยสุ่มเสี่ยง อาจได้ใช้ประโยชน์นะครับ

CR:อ.มาศ ซินแสไฮเทค
ถ้าเห็นว่าพอจะมีประโยชน์บ้างก้อช่วยแชร์ออกไปเยอะๆน่ะคับ
Cr:Relax House Health & Beauty

https://www.facebook.com/100002530625084/posts/2190733777687622/เส้นเลือดสมอง จะตีบหรือแตก
มักจะเกิดบริเวณ..นี้

ปล.(ผู้เขียน)​ผมเชื่อว่า​ สารพิษ​ เเละ​ พิษวิทยาจากยากระตุ้นหัวใจ​ ที่เเพทย์พยาบาลทำกับาผม​ มันร้อนทั้งตัว​ คนสมัยนี้นิยมวางยาเป้า​ นปช.เเละกบฏ​Tv /WiFi ฟรี/Facebook​ ผมนึกถึง​ท่านชาย​ ใน​ USA

ปิดทองหลังพระ

''...การทำงานให้สำเร็จผลแน่นอนและสมบูรณ์ ตามเป้าหมายนั้นจะต้องใช้ความรู้ความสามารถ พร้อมทั้งคุณสมบัติที่สำคัญ ๆ ในตัวบุคคลหลายประการ ทั้งความตั้งใจที่มั่นคง ความคิดสร้างสรรค์ ความ อุตสาหะพยายาม ความรับผิดชอบ ตลอดจนความสุจริต เป็น ธรรมนำมาปฏิบัติโดยสม่ำเสมอ...'' 
.
.
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๒๘
.
.
.
ข้าพระพุทธเจ้าฯ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระภัทรมหาราช อย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

คลังบทความของบล็อก

คลิก ติดตามข่าวสาร